ทำศาสาเอนกประสงค์ด้วยตัวเอง – ลงเสาเอกวันดี

ผมและย่าคิดทำศาลาขนาดประมาณ 4 เมตร x 4 เมตร เพื่อทำกิจกรรมของเด็กๆ ในทุกวันอาทิตย์ จุดเดิมนี้ ย่าสร้างเป็นขน่ำเล็กๆ สำหรับเป็นโรงต้มถั่วหรือทำขนมของผู้ที่เช่าบ้าน  ตอนนี้โดนพิษพายุปาบึกโค่นต้นไม้ใหญ่ล้มทับ หลังคาเสียบางส่วน

หลังคากระเบื้องเก่า เสียหาย จากพายุปาบึก
ย่ารื้อเก็บหลังคากระเบื้องที่สภาพดีไว้  เพื่อใช้ทำคอกเลี้ยงไก่ไข่กันในอนาคต
ย่าเก็บกระเบื้องเก่า สภาพดี ใช้ทำคอกไก่ไข่

ผลจากพายุครั้งนี้ ทำให้ต้นเทียม ต้นไม้ขนาดใหญ่ อายุประมาณ สี่สิบปี โค่นล้ม ป้าเจ้าของบอกว่า ให้ฟรี ไม่คิดเงิน  ปู่ติดต่อคนเลื่อย เพื่อทำโครงสร้างหลังคาของศาลานี้

ต้นเทียม นิยมปลูกมากในภาคใต้ โตไว ปลูกแนวรั่ว ใช้สร้างบ้าน เพราะ ปลวกไม่กิน อายุยาวนาน  เนื้อไม้แข็งปานกลาง ทำงานไม้ได้ง่าย

ต้นไม้ใหญ่ล้ม จากพายุ
ต้นเทียม ปลูกไว้สำหรับใช้ไม้เอนกประสงค์ ปลวกไม่กินครับ
สภาพต้นเทียมล้ม บรรยากาศเหมือนในหนังเรื่องอวตารเลย  น่าอัศจรรย์

คนโบราณมีความเชื่อเรื่องสิ่งศักสิทธิ์ในต้นไม้ การโค่นต้นไม้เป็นสิ่งไม่ควร
ย่าบอกว่า หนึ่งชีวิตล้มลง  แต่ยังมีประโยชน์มาก เมื่อเอามาใช้ในการศึกษาของเด็กๆ
คนจีนโบราณ เคยพูดไว้  ปลูกต้นไม้หวังผลระยะสิบปี  แต่ให้การศีกษาหวังผลเป็นร้อยปี

ขอให้ส่ิงที่คิดไว้ ผ่านไปอย่างราบรื่น

งานเลื่อยไม้ แปรรูป หนักมากๆ นับถือ
คนเลือยไม้ งานหนัก แต่มีประโยชน์มากในชุมชน  แม้เหล็กจะแทนที่ไม้  แต่ไม้ยังมีอายุการใช้งานยาวนาน  และใกล้ชิดธรรมชาติครับ

มีหน้าไม้ขนาด 3 นิ้ว 4นิ้ว และ 5 นิ้ว ยาว 5 เมตร
ดูคร่าวๆ พี่บ่าว คนเลื่อยไม้ บอกว่า สามารถแบ่งซอยเป็นตัวไม้ขนาดหน้า 5นิ้ว ยาว 5 เมตร, ขนาดหน้าไม้ 4นิ้ว ยาว 4 เมตร และ ที่เหลือ เป็นขนาด 3 นิ้ว

เริ่มทำศาลา

เนื่องจากพื้นที่เราจะสร้างศาลา เป็นที่ลุ่ม ดินชุ่มน้ำ ขุดไปนิดเดียวก็เจอน้ำแล้ว  การขุดหลุมฝังเสาทำยากมาก  และอีกเหตุผล เรามีแรงงานน้อย ไม่มีช่างมืออาชีพเลย  จึงลองใช้วิธีของเราเอง

ลำดับแรก ปรับพื้นที่ก่อน กำหนดขนาดประมาณ 6 เมตร x 6 เมตร

ปรับพื้นที่ให้เสมอกันอย่างคร่าวๆ ก่อน

ลำดับต่อมา ย่าชวนเด็กๆ น้องอัยย์ น้องแพร น้องพลอย เอาขวดแก้ว กลับหัวปักลงในดิน  ระยะห่างระหว่างขวดประมาณ 60 เซนติเมตร  ขวดนี้ จะช่วยรั่งดินไว้ยึดเกาะดีชึ้น  ลักษณะนี้ นิยมใช้สร้างบ้านดินเลนได้ผลดี  ผมเคยทดลองวิธีนี้แล้วได้ผลดี ทำฐานวางแท้งน้ำขนาด 1000 ลิตร ก็รับน้ำหนักได้ดี ไม่ทรุดครับ

นำขวดกลับหัว ปักลงในดิน

จากนั้น วางตะแกรงไวส์เมต ให้เต็มพื้นที่ ใช้อิฐคานวางทับไว้ และใช้กำหนดแนวเขต  อันที่จริง ควรใช้ไม้แบบ  แต่ตอนนั้น ไม้ยังเลื่อยไม่เสร็จ  ย่าจึงเอาอิฐวางทับแทน

หมายเหตุ ผมซื้อลวดไวร์แมส ที่โกลโบลเฮาส์ เลือกขนาดเล็กที่สุด กว้าง 2 เมตร ยาว 25 เมตร แต่ละช่องห่าง 20 เซนติเมตร ราคาม้วนละ สี่ร้อยบาท ประหยัดเวลา และคุ้มกว่าใช้เหล็กเส้น  ตอนแรก เราจะใช้ไม้ไผ่  แต่ไม้ไผ่หายากครับ

วางลวดไวส์เมสให้เต็มพื้นที่

ย่ามีความเชื่อเรื่องวันและเวลาที่เหมาะสมสำหรับรับสิ่งปลูกสร้างต่างๆ  วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 เวลา 9.00 น จึงเป็นวันเวลาที่เหมาะสม  และก่อนอื่นๆ ย่าเชื่อเรื่อง เจ้าที่ จึงไว้บูชาศาลพระภูมิ ตาทวดเถรไพร ขอกำลังใจ ให้ทำงานราบรื่น

ย่า ชวนเด็กๆ ร่วมขอพรจากศาลพระภูมิเจ้าที่ ผลไม้และขนมที่บูชาศาลพระภูมิ
เด็กร่วมขอพรอย่าให้ฝนตกเลย  ขอให้ผ่านไปง่ายๆ เหมือนดั่งกล้วยนี้

เมื่ออุปกรณ์พร้อม คนพร้อม เราก็ลงเสากัน

ย่าช่วยคน ผสมปูนช้าง
ย่าช่วยผสมปูน  เราใช้ปูนช้าง เพราะเป็นคอนกรีตที่แกร่ง ทนทาน และราคาต่างกับปูนเสือเล็กน้อย  แต่คุณภาพต่างกัน  แน่นอน ปูนช้างก็มีข้อเสีย คือ แข็งตัวเร็วกว่า ต้องรีบเท

ระยะห่างระหว่างเสา คือ  4 เมตร ผมใช้เสาคอนกรีตสำเร็จรูป ขนาด 5 นิ้ว ยาว 3 เมตร จำนวน 4 เสา

ผมวางแพลนอย่างคร่าวๆ ตามรูป เราจะเทคอนกรีตปิดตีนเสาไว้ ทั้งแผง
แบบแพลนการวางรากฐานศาลา
ผมไม่ได้เทคานดิน  ผมใช้วิธีเทคอนกรีตเป็นแผ่นใหญ่ทั้งแผง ห่อหุ้มตีนเสาไว้ และกระจายน้ำหนักลงบนพื้นดินทั้งหมด
ในวันแรกนี้ เราจะวางเสาก่อน  เทคอนกรีตปิดเฉพาะตีนเสาไว้

ย่าวัดระดับน้ำจุดวางเสาให้เท่ากันก่อน
ย่าและพ่อชาย ช่วยกันวัดระดับน้ำ จุดที่วางเสา ปรับระดับดินให้เท่ากันทั้งสี่เสา

ลำดับต่อมา เทปูนจุดที่วางเสาแรก  ช่วยกันเอาเสามาวาง เสาปูนนี้หนักมากๆ ต้องช่วยกันสี่คน จึงวางตรงได้ วัดระดับน้ำให้วางตรง 90 องศาทั้งสี่ด้าน
ช่วยกันวางเสาปูนสำเร็จรูป ให้ตั้งตรง

แล้วใช้ไม้ค้ำยัน ไว้ให้มั่นคง  ผมใช้วิธีมัดด้วยเชือกขันชะเนาะ แบบเดียวกับช่างทาสี ทำนั่งร้านไม้ไผ่

ค้ำยันเสาด้วยไม้ ผูกเชือกแบบขันชะเนาะ
วิธีนี้แน่นดี และเร็ว ไม่ต้องใช้ตะปูครับ

เราใช้ไม้คำ้ยันทั้งสองอัน ปักลงในดิน

เราใช้ไม้ค้ำยันทั้งสองอัน  ทำให้เสามั่นคงไม่โยกครับ

เร่งผสมปูน และเทปูนตีนเสา
ลำดับต่อไปเร่งมือเทปูนปิดตีนเสา


น้องอัยย์ขอช่วยผสมปูนด้วย

เด็กๆ และ น้องอัยย์  ก็มาช่วยผสมปูนและเทปูน เรียนรู้งานก่อสร้าง และทำตามกำลังของเขา

ปู่ก็ช่วยฉาบปูนตีนเสาให้เสมอกัน

ปู่ก็ช่วยเกลี่ยปูนซีเมนต์ที่ตีนเสาให้เสมอกัน

เสาทั้งสี่ที่เราตั้งตรงขึ้น
เราเร่งมือตั้งเสาทั้งสี่ขึ้น เพราะกลัวฝนตก และพ่อเอ(น้องชายของผม) ก็ว่างในวันนี้พอดี

ผ่านไปหกชั่วโมงปูนเริ่มเซตตัว
ผ่านไปประมาณเจ็ดชั่วโมงปูนคอนกรีตเริ่มเซตตัว พรุ่งนี้คงแข็งตัวเต็มที่ครับ

วันนี้ผ่านไปด้วยดี  เราเหนื่อยกันมาก ย่าบอกว่า กังวลเรื่องวางเสาที่สุด เพราะทั้งหนัก และอันตราย  แต่ผ่านไปได้ด้วยดี
ผมคิดถึงคำพูดครูเลี่ยมพูด เสมอว่า   หากคิดดีทำดีไว้ แล้วงานนั้นจะผ่านไปได้ด้วยดีเสมอ