กิจกรรมบ้านย่า ครั้งที่ 3: ทำข้าวต้ม และ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล

เดิมทีย่าบอกว่า ควรเลื่อนกิจกรรมเด็กๆ ในวันอาทิตย์  27 มกราคม นี้ไปก่อน เพราะผมต้องเร่งสร้างศาลา โดยที่ศาลานี้ เราคิดไว้ว่า  จะใช้เป็นศาลาเอนกรประสงค์ สำหรับทำกิจกรรมของเด็กๆ ขนาดประมาณ 4 เมตร x 4 เมตร เล็กๆ ตามกำลังทรัพย์ที่มี  และเพื่อประหยัดก็ต้องสร้างกันเอง คนงานหลัก คือ ผม พ่อชาย และ ย่า

ผมไม่ว่าง ต้องเร่งทำศาลา

แม้ไม่พร้อมก็ควรทำ
ย่าเคยพูดเสมอว่า หากทำดี ไม่ต้องรอ  ทำเลย ตามกำลังของเรา แล้วมันจะสำเร็จเอง

เด็กๆ คอยถามว่า อาทิตย์นี้ ทำอะไรกันดี  ป้าอรพิน เสนอความเห็นว่า น่าจะทำข้าวต้มสุขภาพ จากข้าวกล้องซ้อมมือ  และ โปรตีนเกษตรทอด ส่วนของหวานคือ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล เด็กๆ ทุกคนชอบกินครับ

 

รายชื่อเด็กร่วมกิจกรรมครั้งที่ 3
รายชื่อเด็ก กิจกรรมครั้งที่ 3

เพื่อนๆ ของน้องอัยย์ คือ พี่แพร น้องพลอย สามารถจุดไฟเตาไม้ฟืนและเตาถ่านเองได้ ซึ่งเป็นทักษะเอาตัวรอดที่ดี ทุกคนต้องกินอาหารปลอดภัย แม้ยุคปัจจุปัน เราสามารถหาซื้ออาหารได้ง่ายทุกที่ แต่อาหารปลอดภัย ไร้โทษต่อตัวเอง เป็นสิ่งที่หายากมากๆ บางทีก็ราคาแพงเกินไป

ลำดับแรก ย่าสอนเด็กๆ ทอดโปรตีนเกษตรรูปตัวหนอน และเด็กๆ ส่วนหนึ่งก็ เอาน้ำไปไหว้เจ้าที่ “ตาทวดเถรไพร” ที่ย่าสร้างศาลพระภูมิไว้ ตามความเชื่อวัฒนธรรมไทย

ย่าสอนทอดโปรตีนตัวหนอน

โปรตีนตัวหนอนที่ทอดเสร็จแล้ว
โปรตีนตัวหนอนที่ทอดเสร็จแล้ว

จากนั้น น้องอัยย์และเพื่อนๆ ช่วยกันทำข้าวต้มเพื่อสุขภาพ ฝนตกบ้าง แดดออกบ้าง อากาศเปลี่ยนแปลงเกือบทั้ง กินอาหารอ่อนๆ ดีต่อสุขภาพ ย่าบอกว่า ต้องหมั่นคนตลอด เพราะ มันอาจจะไหมติดก้นหม้อได้

น้องอัยย์ กับ เพื่อนๆ ทำข้าวต้มสุขภาพ

สำหรับถั่วเขียวต้มน้ำตาล ย่าบอกว่า ควรแช่ถั่วเขียวไว้ หนึ่ง คืน ก่อนต้ม มันจะนิ่ม และอร่อย น้องแฝดพี่ เข้าใจวิธีการต้มเป็นอย่างดี ย่าชมว่า ดูเตาตลอด และรู้ว่า ควรใส่น้ำตาลตอนไหน ปริมาณแค่ไหนดี น้องอัยย์ควรเอาแบบอย่าง

ตอนเที่ยงเด็กๆ มีความสุขที่ได้กินข้าวเที่ยงร่วมกัน จากไข่ดาวที่ช่วยกันทอด
น้องอัยย์ลองกินแกงเผ็ด ของพี่แพร
น้องอัยลองกินแกงเผ็ดของพี่แพร พอดีน้องอัยไม่กินแกงเผ็ด แต่พอเห็นเพื่อนกินได้ ก็ลองกินตาม คนไทยนิยมกินแกงรสชาติ เพื่อเจริญอาหาร กินข้าวได้มากขึ้นครับ

น้องพลอย บอก ข้าวต้มอร่อยมาก ขออีก
น้องพลอยบอกว่า ข้าวต้มอร่อยมาก ขออีกชามค่ะ

น้องเก่า ยิ้มหน้าบาน กินข้าวต้มหมดแล้วคับ
ส่วนน้องเก้า ยิ้มหน้าบาน เพราะกินข้าวหมดแล้วคับ

หลังจากพักเที่ยงเด็กๆ ก็กลับมา ฟังนิทานกัน  โดยน้องนโมเป็นคนนำ อ่านนิทาน   น้องนโม อ่านหนังสือคล่องกว่า คนอื่นๆ จึงช่วยเพื่อนๆ  ได้ดี

น้องนโม นำเพื่อนอ่านนิทาน

สังคมเด็กๆ ในเมือง ใกล้ตลาด ต่างจากวิถีชีวิตตามชนบท เด็กๆ ไม่มีที่วิ่งเล่นกว้างๆ ไม่มีบ่อน้ำ สระน้ำกระโดดเล่น แต่เด็กๆทุกคนต้องการเรียนรู้ และรวมกลุ่มเพื่อนๆ เหมือนกัน ผมสังเกตุว่า น้องอัยย์มีทักษะชีวิตเก่งขึ้น จากการเล่นกับเพื่อนๆ ครับ

Leave a Reply

  Subscribe  
Notify of