อ่านเจอเรื่องนี้ สลดใจดี ชีวิตต้องอย่าประมาท มะเร็งศัตรูตัวร้าย หากไม่ระวังตัวเอง
ช่วงที่ผ่านมานี้ถือเป็นอีหนึ่งช่วงที่วงการบันเทิงของไทยเราต้องสูญเสีย บุคลากรไปหลายคนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นนักร้องลูกทุ่งยอดนิยม อย่าง ยอดรัก สลักใจ หรือรายล่าสุดอย่างตลกชื่อดัง “เอ็ดดี้ ผีน่ารัก”
และด้วยการจากไปของทั้งคู่นั้นนำความเสียใจมาสู่ครอบครัว เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการ รวมไปถึงบรรดาแฟน ๆ ที่เคยติดตามผลงานมาก่อนหน้านี้ด้วย
จะว่าไปดาราทั้งคู่นั้นถือว่าไม่ใช่ดารารายแรก ๆ ของวงการที่ต้องจากโลกนี้ไปด้วย “มะเร็ง “เพราะก่อนหน้านี้นั้นก็มีดาราจำนวนไม่น้อยที่ต้องต่อสู้กับ เจ้าโรคร้ายนี้ ก่อนจะต้องพ่ายไปในที่สุด
นับตั้งแต่การจากไปของดีเจอารมณ์ดีเจโจ้ อัครพล ธนะวิทวิลาศ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ชื่อดังคลื่นเอไทม์ ที่สียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับ
ซึ่งหลังจากป่วยเป็นโรคร้ายมาก่อนหน้านี้ ดีเจโจ้ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังตรวจอาการพบก้อนเนื้อร้ายที่บริเวณตับ หลังจากที่เจ้าตัวต่อสู้กับโรคร้ายนี้มากว่า 3 เดือนเกือบจะ 4 เดือนก็ได้ลาจากโลกนี้ไปท่ามกลางความเสียใจของบรรดาเพื่อนพ้องญาติสนิท
รวมไปถึงแฟนสาวที่กำลังจะแต่งงานกันก่อนหน้านี้ด้วย ….
ผมคัดมาส่วนหนึ่ง จาก http://www.aomsin.net/catalog.php?category=59
ผักพื้นบ้านหรือพรรณไม้พื้นเมืองในท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นผักตามวัฒนธรรมการบริโภคของท้องถิ่นในแหล่งธรรมชาติต่างๆเช่นป่าเขา ป่าละเมาะ ริมแม่น้ำ ลำธาร หนองบึง หรือในสวน นา ไร่ หรือที่ชาวบ้านนำมาปลูกไว้ใกล้บ้านเพื่อสะดวกในการเก็บมาบริโภค ซึ่งผักพื้นบ้านนั้นอาจมีชื่อเฉพาะตามท้องถิ่นและนำไปประกอบเป็นอาหารพื้นเมืองตามวิธีเฉพาะของท้องถิ่น นอกจากนี้พรรณไม้เหล่านี้ยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านยารักษาโรคและเป็นเครื่องใช้ไม้สอย ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านในพื้นที่ พืชผักพื้นบ้านมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวบ้านมาเป็นระยะเวลานาน และผักพื้นบ้านอุดมด้วยคุณค่าของอาหารรสชาติอร่อย มีหลากหลายชนิด มีความปลอดภัยได้เห็นแล้วมีความสุขเพราะรูปลักษณ์หน้าตาของผักพื้นบ้านมีหลากหลายชนิดชวนให้สุนทรียภาพในการรับประทาน เมื่อรับประทานแล้วมีความสุข เพราะทำให้สุขภาพดีไม่มีโรคภัยเนื่องจากผักเหล่านี้ปลอดสารพิษ เพราะผักเหล่านี้ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ และผักเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารไม่แตกต่างจากผักเศรษฐกิจที่มีการส่งเสริมให้ปลูกเพื่อบริโภคเท่าไหร่นัก เช่นผักกูดที่ขึ้นอยู่ตามริมลำห้วย อุดมไปด้วยสารโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเมื่อได้รับทั้งคุณภาพและปริมาณที่เพียงจะช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายเจริญเติบโต ใช้ในการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆและช่วยส่งเสริมระบบภูมิต้านทานภายในร่างกาย ยอดตำลึง ใบชะพลู ใบย่านาง ใบยอ ยอดมะระ โหระพา มีวิตามินเอมากและวิตามินเอนี้มีหน้าที่หลักช่วยในการมองเห็นในที่มืด ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน ในบวบหอม ถั่วแขก น้ำเต้า ใบแมงลักมีไขมันเป็นสารอาหารสำคัญช่วยให้กำลังงานให้กรดไขมันที่จำเป็นที่ช่วยในการดูดซึมวิตามินดี วิตามินเค และผักพื้นบ้านที่มีสีเขียวเข้ม ผลหรือหัวมีสีแดง จะมีสารที่เป็นประโยชน์มากเช่นสาร เบต้า-แคโรทีน ซึ่งสารนี้ช่วยต้านอนุมูลอิสระลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ช่วยกระตุ้นร่างกายให้ต่อสู้กับเนื้อร้าย ช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่ขึ้นใหม่มีสุขภาพดีขึ้น บำรุงสายตา ช่วยชะลอความแก่ และผักที่มีสารนี้มากที่สุดได้แก่ ใบยอ รองลงมาคือย่านาง ใบชะพลู ใบตำลึง ผักกูด สำหรับผักพื้นบ้านพวก มะเขือพวง มีสารเส้นใยมากที่สุดในบรรดาผักพื้นบ้านทั้งหมดและเส้นใยเหล่านี้จะช่วยดูดซับน้ำมันและน้ำตาล รวมทั้งสารพิษต่างๆในร่างกาย เพื่อขับถ่ายเป็นของเสียออกไป และพวกที่มีเส้นใยรองลงมาได้แก่มะระขี้นก ผักที่มีเส้นใยน้อยที่สุดคือแตงกวา โครงสร้างที่เรียกว่าเส้นใยนี้มีมากที่เปลือก ใบและก้าน ซึ่งร่างกายคนเราไม่สามารถย่อยได้ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจึงเหลือเป็นกากช่วยกระตุ้นลำไส้ใหญ่ให้มีการบบีบตัวขับถ่ายของเสียออกมา จึงช่วยป้องกันท้องผูกได้ดี นอกจากนี้กากอาหารมีคุณสมบัติในการช่วยจับโฆเลสเตอรอลไว้ แล้วขับถ่ายออกมาพร้อมกัน จึงช่วยลดระดับ คลอเลสเตอรอลในเส้นเลือดด้วย และจากการที่ใยอาหารทำให้อาหารผ่านจากปากถึงทวารหนักในอัตราที่เร็วดังนั้นเวลาที่เยื่อบุลำไส้เล็กจะสัมผัสกับสารพิษ และสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่มีอยู่ในอาหารลดลง ร่างกายก็ได้รับสารพิษน้อยลงด้วย นอกจากนี้แล้วพืชผักพื้นบ้านบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาหรือจัดเป็นพืชสมุนไพร มาใช้บรรเทอาการไข้ หวัด ปวดท้อง ปวดกระดูก กล้ามเนื้อ นำมาบริโภคเพื่อฟื้นฟูร่างกาย หรือนำมาลดความปวดเมื่อยของร่างกายในรูปของยาอบ ยาประคบ ยานวด สำหรับพืชผักพื้นบ้านแต่ละชนิดนั้นจะมีสรรพคุณทางยาแตกต่างกันออกไป เช่น มะระขี้นก ซึ่งเป็นไม้เถา ลำต้นขนาดเล็ก มีมือเกาะเลื้อยพันตามค้าง ผลมีรูปร่างเป็นกระสวย มีผิวขรุขระ มีแก่จัดเปลี่ยนเป็นสีส้ม หรือสีแดงอมส้ม ซึ่งผลนี้มีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และสารโพลีเปปไทด์พี (polypeptide-p) ที่มีฤทธิ์ช่วยขับพิษ และลดน้ำตาลในเลือด แก้โรคเบาหวาน หรือพริกไทยซึ่งมีน้ำมันหอมระเหยที่มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ทำให้รู้สึกสบายท้อง ขับลม ขับเหงื่อ ลดความร้อนในร่างกาย หรือ ข่าที่เรานำส่วนของเหง้ามาใช้เป็นเครื่องเทศปรุงรสในอาหารหลากประเภทนั้นมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยขับลม แก้อาการแน่น จุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับเสมหะ และผักตำลึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยผ่อนคลายความร้อนของร่างกาย สำหรับใบชะมวงซึ่งมีรสเปรี้ยวที่ชาวบบ้านนำมาทำหมูชะมวงอันขึ้นชื่อของภาคตะวันออกนั้นก็มีสรรพคุณ แก้ไข้ ระบายท้องได้ หรือแม้แต่กระถิ่นที่ขึ้นอยู่ริมรั้วที่นิยมนำมารับประทานร่วมกับน้ำพริกนั้นนอกจากจะให้ประโยชน์ทางอาหารแล้วยังมีสรรพคุณทางยา แก้ท้องร่วง และเมล็ดของกระถิ่นยังใช้เป็นยาถ่ายพยาธิได้ นี่เป็นตัวอย่างแค่บางส่วนของผักพื้นบ้านที่ให้ทั้งประโยชน์ทางอาหารและมีสรรพคุณทางยา จะห็นได้ว่าผักคือพลังของชีวิตและการกินผักนั้นจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีกำลังวังชา ไม่เหนื่อยง่าย พืชผักช่วยชะลอความแก่เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระมีวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ วิตามินบีบางชนิด และอาหารที่ประกอบด้วยพืชผักผลไม้นั้นยังช่วยให้คนเราอายุยืนอีกด้วย การกินผักสดนั้นจะได้ประโยชน์สูงสุด และถ้าเป็นผักสดจากต้นจะได้ประโยชน์มากขึ้น จะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาหรือถ้าคนรุ่นปัจจุบันบอกว่าเกิดไม่ทันถ้าบางคนลองย้อนกลับไปประมาณ 25 หริอ 20 ปีนั้นชีวิตของครอบครัวไทยจะมีสวนครัวเกือบทุกบ้าน แม้เทคโนโลยีต่างๆจะก้าวหน้าไปมากมายเพียงใดแต่วิถีชวิตของคนจะอยู่โดยปราศจากพืชผักนั้นไม่ได้ ผักเป็นแหล่งรวมของธาตุอาหารที่สำคัญทั้ง โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ที่ใช้ในการสร้างพลังงาน ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายและเป็นแหล่งของวิตามินต่างๆที่ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้เพราะสิ่งที่ต้องการเพียงเล็กน้อยนี้คอยช่วยกระตุ้น หล่อเลี้ยงและเป็นจักรกลให้กับอวัยวะต่างๆภายในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และผักที่ดีมีสารพิษน้อยช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรงช่วยต้านโรคภัยไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาไปหาหมอเพื่อรักษาโรคที่เกิดจากการกินของท่านก็คือผักสวนครัว ผักริมรั้ว ตามท้องนา ไร่สวน ริมคลอง หนอง บึงของบ้านท่านนั่นเอง แล้ววันนี้คุณกินผักหรือยัง
ที่มา ผักพื้นบ้านอาหารต้านโรค
นุชจรินทร์ แกล้วกล้า
ภาควิชา ชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ภัยเงียบกรดไขมันทรานส์
โดย ดร.วินัย ดะห์ลัน
ได้รับข้อมูลดีๆ จากคุณเจษฎา เต็มรัตน์ น่าสนใจดีเลยนำเผยแพร่ต่อ จ๊ะ
พวกเราคงรู้นะครับว่าโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดคือโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคนี้ไม่ใช่โรคๆ เดียวแต่เป็นกลุ่มของโรค มีตั้งแต่หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย หลอดเลือดแดงแข็ง หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย จนถึงหลอดเลือดในสมองตีบ หลอดเลือดในสมองแตก ไปจนถึงอัมพฤกษ์ อัมพาตที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก
แต่ละปีมีคนไทยตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่ 5-6 หมื่นคน หนึ่งชั่วโมงมีคนไทยตายไปสามสี่คน เจ้าโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ว่านี้ทำให้ประเทศไทย ทำสถิติใกล้ติดอันดับประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งๆ ที่สังคมไทยไม่ได้พัฒนาไปสักเท่าไหร่เลย
ความที่คนไทยตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดกันมากๆ อย่างนี้เองทำให้ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนักวิชาการ ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงองค์กรอิสระทั้งหลายที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ พากันออกมารณรงค์ให้คนไทยลดปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ปัจจัยที่สร้างปัญหาให้คนไทยเกิดโรคหัวใจมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องของการมีภาวะโภชนาการเกิน จะเรียกว่าโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินก็ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของเบาหวาน ไขมันสูงในเลือด ความดันโลหิตสูงและอีกสารพัดปัจจัย วิธีการลดความเสี่ยงง่ายๆ คือการลดน้ำหนัก และลดภาวะไขมันสูงในเลือด ซึ่งล้วนเป็นเรื่องด้านโภชนาการทั้งนั้น
วิธีการลดความอ้วนและลดไขมันสูงในเลือดที่นักวิชาการด้านโภชนาการนิยมแนะนำมากที่สุดคือ การลดอาหารไขมัน อีกวิธีหนึ่งคือการลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวหรือไขมันสัตว์ แต่ก่อนเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว มีการแนะนำให้บริโภคน้ำมันพืชแทนไขมันสัตว์ ให้เพิ่มการบริโภคกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงแทนกรดไขมันอิ่มตัว
เมื่อความเชื่อเป็นไปในทิศทางนั้น พวกเราคงจำได้ว่ามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้บริโภคน้ำมันพืชประเภทที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงกันทั้งบ้านทั้งเมือง น้ำมันพืชอย่างน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด สลับกันพาเหรดเข้ามาเป็นพระเอก ส่วนน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงไม่มากนักกลับกลายเป็นผู้ร้าย น้ำมันอย่างน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม หรือแม้กระทั่งน้ำมันมะกอกแทบจะกลายเป็นผู้ร้ายกันไปหมด
แต่กระบวนการทำอาหารของฝรั่งชาติตะวันตกยังนิยมใช้ไขมัน หรือน้ำมันที่เป็นไขเป็นแท่ง ในการทอดอาหารอยู่ ในเมื่อไขสัตว์ทั้งไขวัว ไขหมู กลายเป็นไขมันที่น่ารังเกียจไปแล้ว นักพัฒนาอาหารจึงแนะนำให้ใช้เนยเทียมที่ผลิตจากน้ำมันพืชประเภทที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงแทน เนยเทียมหรือมาร์จารีนหรือมาร์การีน ซึ่งผลิตขึ้นจากการเติมก๊าซไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช ทำให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวในน้ำมันพืชมีสภาพอิ่มตัวขึ้น น้ำมันพืชที่เคยแต่มีสภาพเหลวในอุณหภูมิห้อง จึงกลายสภาพเป็นไขมันไปได้
ในยุคที่น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันข้าวโพด ยังเป็นพระเอกอยู่นั้น มาร์จารีนที่ทำจากน้ำมันประเภทนี้จึงได้กลายเป็นพระเอกไปด้วย ผู้บริโภคนิยมมาร์จารีนกันมาก ทำเอายอดขายเนยแท้ที่ทำจากนมวัวที่เป็นไขมันสัตว์ต่ำเตี้ยติด … [...]