ในยามว่างวันหยุดสุดสัปดาห์ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรกับลูกดี คอลัมน์นี้แนะนำได้นะคะ การเล่นเป็นงานที่สำคัญสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัย 6 ปีแรก เพราะมีส่วนสำคัญกับการพัฒนาสมอง มีใครหลายๆ คน บอกว่า “การเล่น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ” เพราะการเล่นช่วยพัฒนาเด็กได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาด้านสังคม พัฒนาด้านกล้ามเนื้อ พัฒนาการด้านจิตใจหรืออารมณ์ รวมทั้งพัฒนาด้านภาษาด้วย คอลัมน์นี้จะแนะนำวิธีการเล่นที่ง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้กับลูกๆ ได้
กิจกรรม สีสันฉันเป็นใคร
1. เตรียมกระดาษบรูฟแผ่นใหญ่ 1 แผ่น สีเทียนแท่งใหญ่
2. นำกระดาษบรูฟ วางบนพื้น ให้ลูกนอนหงายบนกระดาษ คุณพ่อคุณแม่ใช้สีเทียนลากเส้นเป็นโครงรูปของลูกบนกระดาษนั้น
3. ให้เด็กลุกขึ้น และดูรูปที่วาด ต่อจากนั้นก็ช่วยกันวาดรูปอวัยวะอื่นๆและตกแต่งสีสันให้สวยงาม ลงบนกระดาษนั้นตามจินตนาการ
4. เมื่อแต่งเติมรูปเสร็จเรียบร้อย ชวนลูกพูดคุยเกี่ยวกับรูปนั้น เช่น ถามว่าวาดอวัยวะอะไร คนเรามีตากี่ข้าง ตามีไว้ทำอะไร จมูกไว้ทำอะไร คนนี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ฯลฯ
5. เมื่อวาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หาที่ติดผลงานของลูกด้วยนะคะ
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
2. เรียนรู้เรื่องอวัยวะต่างๆ การทำหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ
3. ความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
4. ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก
ที่มา http://www.gotoknow.org/blog/plern/265473
โดยคุณอรพินท์ เลิศอวัสดาตระกูล
สำหรับท่านที่ใช้ notebook คอมพิวเตอร์ เล่นอินเตอร์เน็ตเร็วสูง แบบไร้สาย เพื่อความสะดวกใช้งานทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ รอ 3G ก็ไม่มาครบพื้นที่ใช้งาน ส่วนใหญ่ค่ายมือถือต่างๆ ปล่อยให้ใช้งานเฉพาะกรุงเทพ และเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น
ทางเลือกที่ดี คือ ระบบ 3g แบบ CDMA ความเร็วประมาณ 1M กว่า ก็พอลุ้น เร็วกว่ามือถือ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้งานด้วย เพราะ หากท่านใช้งานของ hutch จะใช้ได้เฉพาะภาคกลางและรวมภาคตะวันออกด้วย ความเร็วก็ต่ำประมาณ 2.4M ปกตจะไม่เกิน 1.4M แต่ใช้ของ cat cdma จะใช้งานได้ครอบคลุมมากกว่า รวมภาคใต้ และภาคเหนือ ความเร็วสูงกว่า 3.1M แต่ก็ไม่เกิน 1.5M เช่นกัน ผมสอบด้วยตัวเองครับ ส่วนค่าใช้จ่าย ซื้อเครื่องเอง ดีกว่า เลือกได้หลายยี่ห้อ ราคาถูกว่า ซื้อจากค่ายมือถือโดยตรง และไม่ตผูกมัดด้วยสัญญาใช้งาน 12 เดือนด้วย แต่ราคาซิมจะแพงกว่าเล็กน้อยครับ
ความเห็นส่วนตัว หากใช้งานปกติไม่โหลดเพลงอะไร ท่องเน็ตอย่างเดียว ต่อเน็ตด้วยมือถือ ดีกว่า ใช้ได้ทุกที่จริงๆ ค่าบริการพอๆๆ กัน ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์อื่นๆเพิ่ม ใช้สาย usb อย่างเดียวพอ
ยางแท่นเครื่อง - แท่นเกียร์
รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าซึ่งมีอยู่เต็มถนน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์วางขวาง มียางแท่นเครื่อง และยางแท่นเกียร์
เป็นตัวยึดเข้ากับตัวถังหรือซับเฟรม ปัญหาที่หนีไม่พ้น คือ การหมดสภาพ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยกันว่า เมื่อไรหมดสภาพ
ดูกันตามปีหรือระยะทางจะมีอาการให้เราทราบได้อย่างไร เปลี่ยนอย่างไรให้คุ้มค่าเงิน หรือต้องเข้าศูนย์บริการเท่านั้น?
ทำไมเครื่องยนต์ต้องมีการสั่นสะเทือนตลอดการทำงาน ทั้งตอนเดินเบา ออกตัว เร่ง และเบรก หลายผู้ผลิตพยายามลดอาการนี้
เช่น การออกแบบชิ้นส่วนให้มีน้ำหนักเบา ที่พบกันบ่อย ๆ คือ ใช้เพลาถ่วงให้สมดุล โดยใช้เพลา 2 แท่งที่ไม่ได้สมดุลในตัวเอง
ติด ตั้งประกบข้อเหวี่ยงอยู่ภายในเสื้อสูบ ( Balance Shaft ) ซึ่งมันจะหมุนเข้าหากันเพื่อหักล้างแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นกับเครื่อง ยนต์
แต่สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นแรงสั่นที่เกิดขึ้นตลอดการทำงาน
รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าแบบเครื่องยนต์วางขวาง นอกจากจะมีอาการสั่นสะเทือนจากภายในเครื่องยนต์แล้ว ยังมีอาการสั่น
จากภายนอกอีกด้วย เพราะในการออกตัวหรือการเบรก เครื่องยนต์จะโย้ไป-มา หน้า-หลัง ตามแรงบิดของเครื่องยนต์และน้ำหนัก
ที่ถ่ายเทจากเครื่องยนต์ และเกียร์มีน้ำหนักรวมกันเป็นร้อย ๆ กิโลกรัม ความสั่นสะเทือนไม่มีประโยชน์ ไม่เป็นที่ต้องการ
ผู้ผลิตรถยนต์จึงต้องพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อนั่งอยู่ในห้องโดยสารแล้วจะได้ไม่รำคาญ และแนวทางที่ปฏิบัติกันมานาน
คือ ใช้วัสดุที่มีความนิ่ม ติดตั้งคั่นระหว่างเครื่องยนต์+เกียร์ กับตัวถังรถยนต์ ส่วนใหญ่ที่ ใช้กันอยู่ เป็นยางสังเคราะห์
ซึ่งต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม คือ นิ่มพอจะช่วยลดแรงสั่นสะเทือน แต่ไม่นิ่มเกินไป จนทำให้เครื่องยนต์และเกียร์โย้มากจนเกินไป
สรุปง่าย ๆ คือ ไม่แข็งจนกระด้าง และไม่นิ่มจนโย้ง่ายนั่นเอง
โดยทั่วไป เครื่องยนต์และเกียร์จะมี 4 จุดยึดเข้ากับตัวถังหรือซับเฟรม และใช้ยางสังเคราะห์สีดำเป็นไส้ในติดตั้งคั่นอยู่
ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่น มีบางรุ่นเท่านั้นที่บางจุดเป็นกระเปาะไฮดรอลิก ใช้ความหนืดของน้ำมันช่วยลดความสั่นสะเทือน
ซึ่งดีกว่า และแพงกว่าแบบยางล้วน ๆ แท่นยางเหล่านี้เรียกว่า ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ตามตำแหน่งที่ยึดติดอยู่
ว่ายึดติดอยู่กับเกียร์หรือเครื่องยนต์ แต่บางครั้งก็เรียกว่ายางแท่นเครื่องรวมไปเลยทั้งยางแท่นเครื่องและยางแท่น เกียร์
ยางแท่นเครื่อง 4 จุด ติดตั้งไว้ 4 มุมตรงกันข้ามกัน ( อาจเยื้องกันบ้าง ) แบ่งการทำหน้าที่ชัดเจน คือ
1. ติดตั้งด้านหน้ารถยนต์บริเวณใกล้หม้อน้ำ ป้องกันการกระดกหน้า
2. ตัวติดตั้งบริเวณใกล้ผนังห้องเครื่องยนต์ ป้องกันการกระดกหน้า
3. ติดตั้งใกล้ซุ้มล้อแถว ๆ หัวเครื่องยนต์ อีก 2 ตัว (ขนาดใหญ่หน่อย) และหิ้วปลายเกียร์ ทำหน้าที่ป้องกันการเซซ้าย-ขวา
พร้อมทั้งช่วยเสริมการป้องกันการกระดกหน้า-หลังบ้าง
วัสดุ
ในปัจจุบัน มีแท่นเครื่องที่เป็นยางล้วน กระเปาะน้ำมันไฮดรอกลิก และไฮเทคสุดกับกระเปาะน้ำมันฯ คุมด้วยไฟฟ้า ซึ่งมีราคาแพงมาก
แบบยาง ยางแท่นเครื่องส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่กว่า 90% ผลิตจากยางสังเคราะห์สีดำ ไม่เป็นแท่งตัน มีเว้ามีแหว่งหรือเว้นช่องในบางส่วน
เพื่อ ไม่ให้แข็งเกินไป เป็นทรงกระบอกเตี้ย การติดตั้งมักเป็นแบบตะแคง เหมือนตั้งสันเหรียญไว้กับพื้น คุณสมบัติที่ต้องมี คือ เป็นตัวกลาง
ช่วย ซึมซับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ให้เหลือสู่ตัวถังน้อย ที่สุด ดังนั้น ยางแท่นเครื่องจึงต้องมีความแข็งพอประมาณ แข็งเกินไปก็สั่น
นิ่มเกินไปก็โย้และขาดง่าย แต่สุดท้าย เมื่อผ่านการใช้งานไป ก็จะค่อย ๆ ยุบ ยืด ย้วย ร้าว ปริ และขาดในที่สุด
เมื่อไรเสีย
ไม่มีการ กำหนดเป็นระยะทาง เสียเมื่อทรุดตัวมาก ปริ ร้าว หรือขาด ต้องแล้วแต่ลักษณะการขับว่ากระชากกระชั้น ออกตัว และเบรกบ่อย
และแรงหรือไม่ ทั้งนี้ หากเครื่องยนต์มีแรงม้าและแรงบิดที่มาก ยางแท่นเครื่องก็จะรับภาระหนักมากและขาดเร็วกว่าปกติ ดังนั้นในรถยนต์
ที่ มีการModify ให้มีแรงม้าและแรงบิดมากๆ จึงจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงยางแท่นเครื่องให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อรอง รับแรงบิดที่มากขึ้นได้
รถยนต์รุ่นเดียวกัน ยางแท่นเครื่องอาจหมดอายุที่ระยะทางต่างกันก็เป็นได้ โดยทั่วไปยางแท่นเครื่องคุณภาพดี ๆ จะใช้งานได้เกิน 50,000 กม.
ดูอย่างไรเมื่อเสีย
สายตาดู หรือพรอ้มกับโยกเครื่องยนต์ไปด้วย การดูรอยร้าวรอยปริของยางแท่นเครื่อง บางตำแหน่งอาจสอดส่องมองสภาพได้สะดวก
บางตำแหน่งต้องยกรถยนต์ขึ้น มองเข้าไปยาก บางตำแหน่งต้องให้ช่างมุดลอดเข้าไปดู บางตำแหน่งต้องถอดออกมาดูถึงจะแน่ใจ
นอก จากการดูที่ตัวยางแท่น เครื่องโดยตรง แล้วยังสามารถใช้วิธีจับอาการจากอาการกระตุหรือกระชากของเครื่องยนต์เมื่อ ออกตัว เปลี่ยนเกียร์
หรือเบรก ถ้ายืดมากหรือขาด ก็จะมีอาการกระชากให้รู้สึกเข้ามาถึงห้องโดยสารได้มาก และอัตราเร่งจะลดลงเนื่องจากเครื่องยนต์สูญเสียแรงบิด
ถ้าไม่เปลี่ยน ไม่อันตรายในการขับ แต่จะส่งผลให้ยางแท่นเครื่องตัวอื่นเสียตามไปด้วย เพราะมีการขยับตัวได้มากเกินไปนั่นเอง
เปลี่ยนที่ไหน
การ เปลี่ยนยางแท่นเครื่อง ไม่นับเป็นงานซับซ้อน และไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าแต่ศูนย์บริการเท่านั้น
สามารถเปลี่ยนตามอู่ทั่วไปได้ ค่าแรงจุดละ 200-400 บาท แล้วแต่ความยากง่าย บางจุด 15 นาที เสร็จ บางจุดเป็นชั่วโมง เพราะต้องถอด
อุปกรณ์อื่นด้วย ไม่ต้องกังวลว่าจะติดตั้งแล้วเอียง เพราะมีรูน็อตตายตัว ใส่เยื้องไม่ได้
มีตัวเลือกหรือไม่
หลายคนยึดติดว่าอะไหล่ต้องเป็นของแท้เท่านั้น ต้องซื้อจากศูนย์บริการเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง บริษัทรถยนต์แทบจะไม่เคยผลิต
อะไหล่อะไรเลย มีแต่สั่งมาในราคาถูก ๆ แล้วมาขายแพงๆทั้งนั้น โดยยางแท่นเครื่อง มี 3 ตัวเลือก คือ ใหม่แท้ ใหม่เทียบ และเก่าเชียงกง
ซึ่งต่างกันทั้งในเรื่องของราคา คุณภาพ อายุการใช้งาน และความสะดวกในการซื้อหา ของใหม่แท้จะมีราคาแพงมากกว่า 1000 บาทต่อตัว
ของใหม่เทียบ หรือมักเรียกกันว่าของเทียม ซื้อได้ตามร้านอะไหล่ทั่วไป ราคาประมาณ 200-800 บาท แล้วแต่รุ่นรถ แต่คุณภาพก็จะด้อยกว่า
ของแท้อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังมีของแต่งพิเศษ ใช้สำหรับรถที่มีการModify ให้มีแรงม้าและแรงบิดที่สูง หรือรถใช้งานหนักมาก
ยางแท่นเครื่องพวกนี้จะผลิตจากPolyuretane ซึ่งจะมีความเหนียว ทนทานเป็นพิเศษ แต่ราคาก็แพงมากเช่นกัน
ที่มา http://www.aeracingclub.net/forums/index.php