จอภาพแสดงผล ซึ่งสำหรับคอมพิวเตอร์ notebook แล้ว เราก็คงรู้จักและได้สัมผัสกับจอภาพแสดงผลแบบทึ่เราเรียกกันว่า LCD นะครับ ซึ่ง เทคโนโลยีขอมอนิเตอร์ LCD (Liquid Crystal Display) ในวันนี้เปลี่ยนไปเป็นแบบ LED (Light Emitting Diode) ซึ่งเราจะเห็นมีการโฆษณาและวางจำหน่ายกันอย่างกลาดเกลื่อนกันแล้วนะครับ
LCD กับ LED ต่างกันอย่างไร?
# ทคโนโลยีด้านการให้ภาพ นั้น จอ LCD จะด้อยกว่ามาก เพราะต้องใช้ Backlit หรือเรียกว่า CCFL (Cold Cathode Florescent Lamp) เป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างสีขาวอยู่ด้านหลัง ซึ่งหากหลอด CCFL จะสาดแสงขึ้นไปยังทางด้านหลังของจอภาพ และมีการสะท้อนในแผ่นฟิลม์ที่บรรจุอยู่ภายในตัวจอ(หากได้เคยถอดแยกชิ้นดูจะ เห็นนะครับ)
# เทคโนโลยีของทางด้าน จอ LED นั้น จะใช้หลด LED ขนาดเล็กที่สามารถให้แสงสว่าง ซึ่งจุดเด่นของการใช้ LED ก็คือ แสงที่สว่างสดใสกว่า มีความคมชัดมากกว่า ทำงานเร็ว (ไดนามิกของแสง) และก็ประหยัดไฟกว่า น้ำหนักเบากว่า สามารถมองด้านมุมต่างๆทั้งสี่ด้านของจอ ภาพก็ยังมองชัดเจนอยู่ครับ
ต้องขอบอกนิดนึงนะครับว่าทั้ง 2แบบเป็นจอ LCD ทั้งคู่
แต่ว่าในรุ่นใหม่ เราได้เปลี่ยนหลอด ไฟด้านหลังจากฟูออเรสเช็น(CCFL)ไปเป็นหลอด LED(Ligh Emitting Diode)ครับดูรูปสุดท้ายเป็นตัวอย่างครับ เราเลยเรียกกันติดปากวาจอLEDครับ
ถ้าเป็นLEDจิงๆจะเป็นจอแบบOLEDครับ(Organic Light Emitting Diode)ครับ
โซนี่เป็นผู้พัฒนาอยู่ครับมีปล่อยออกมาใช้แล้วในอุปกรณ์บางรุ่นของโซนี่ครับ
LED ดีอย่างไร?
1.ประหยัดไฟกว่าเห็นๆ 40-60%แล้วแต่ค่ายผู้ผลิต
2.ความร้อนน้อยกว่าเห็นได้อย่างชัดเจน
3.ความคมชัดสูงกว่าแบบธรรมดา(เพราะความแตกต่างระหว่ามืดสนิทกับขาวสุดมีค่าความต่างกันมากสังเกตุที่ค่าContrastครับ)
4.ทำให้ออกแบบได้บางกว่าแบบธรรมดา ครับ เลยทำให้น้ำหนักเบากว่าตามไปด้วย
จากนี้ไปLCD Monitor คงเป็นแบบ LED เทคโนโลยี่มากขึ้นแน่นอนครับ
ที่มา http://repair-notebook.com/2010/01/21/%E0%B8%88%E0%B8%AD-led-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-lcd-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3/