<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.6.2" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>โมเม บล็อค</title>
	<link>http://www.eanic.com/momeblog</link>
	<description>ไดอารี่….ที่ไม่ลับ..อยากจะบอก…</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 Jul 2011 15:52:40 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>เปลี่ยนคีย์บอร์ดหน้า Welcome screen</title>
		<description>ท่านที่มีปัญหาเข้าสู่ Windows 7 หน้าแรก ตั้งให้ป้อนรหัสผ่านก่อน แต่คีย์บอร์ดเป็นภาษาไทย ทำให้เสียเวลา เลื่อนเมาท์ มาคลิกเปลี่ยน อยากเซ็ตไว้เป็นภาษาอังกฤษไว้เลย ก็ดูวิธีนี้อาจจะช่วยได้ 
Start>Control Panel>All Control Panel Item>Region and Language>Administrative>Welcome screen and new user accounts>Copy settings....>Welcome screen and new user accounts setting ติ๊กเลือกที่ Welcome screen and system accounts แล้วดูที่ Input langauge: ว่าเป็นภาษาอะไร ให้เราเลือกเอา ส่วนผมต้องการเป็นภาษาอังกฤษ ผมก็เลือกให้มันเป็น English(United States)-US แค่นี้ละครับก็ใช้ได้แล้ว
ที่มา http://www.monavista.com/webboard/showthread.php?t=22730 </description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-welcome-screen/</link>
			</item>
	<item>
		<title>OVER DRIVE มีประโยชน์อย่างไร</title>
		<description>ปุ่ม ECT (ที่เกียร์ออโต้)= electronic control transmissoon
คือปุ่มที่เพิ่มโหมดการเปลี่ยนเกียร์ให้รอบสูงขึ้น   คือลากรอบเกียร์ได้มากขึ้น   
เพราะโหมดทั่วไปจะเป็นโปรแกรมให้เปลี่ยนในรอบต่ำ เพื่อประหยัด แต่โหมดนี้
เมื่อใช้แล้วรอบในการเปลี่ยนเกียร์จะเข้าใกล้รอบแรงบิดสูงสุดของเครื่องยนต์มากกว่าทำให้มีกำลังเร่งมากขึ้น
อาจจะมีปุ่มให้เลือกใช้งานในบางรุ่น เช่น  Power , Manual , Sport

ปุ่ม O/D (over drive) คือ ปุ่มที่สั่งให้ระบบลดเกียร์ลงมา 1 เกียร์(ในเกียร์สูงสุดของเครื่องยนต์)
คือถ้าใช้เกียร์ 4  วิ่งความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 2000 รอบ/นาที
พอกดปุ่ม O/D (Off)   รอบจะขึ้นไปอีกประมาณ 500รอบ เหมือนการเปลี่ยนเกียร์ให้ต่ำลงในรถเกียร์ธรรมดา
เอาไว้เร่งแซง หรือ จะใช้เป็น Engine Break ช่วยชะลอให้รถช้าลง   ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/over-drive-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การเปลี่ยนแปลงในเด็กก่อนวัยเรียน</title>
		<description>อายุ 3-5 ปี
การเปลี่ยนแปลงในเด็กก่อนวัยเรียน
ลูกในวัยนี้จะมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่เหมาะสมกว่าในวัย 2 ขวบ ความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่จะทำให้การมองตนเองและสิ่งรอบตัวแตกต่างไปจากเดิมนั่นคือ เด็กจะมองโดยใช้ความคิดของพ่อแม่เป็นหลัก เด็กจะยึดถือความคิดอุดมคติและข้อห้ามของพ่อแม่ไว้ในตนเอง และเริ่มมีความเข้าใจชัดเจนว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ และนี่คือจุดเริ่มต้นของวินัยและศีลธรรมจรรยา
เด็กวัยนี้เริ่มมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและการควบคุมตนเอง เด็กจะจดจำว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมตามที่พ่อแม่สอน และพยายามทำในสิ่งที่พ่อแม่พอใจ เช่น หากเด็กมีความปรารถนาบางประการ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่มีอยู่ในใจก็จะมาตรวจสอบความปรารถนาว่าเหมาะสมหรือไม่ และเด็กจะเกิดความรู้สึกผิดขึ้นหากตนไปทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมหรือที่พ่อแม่ไม่ยอมรับ

ให้เหตุผลที่เป็นรูปธรรม
ลูกในวัยนี้เข้าใจภาษามากขึ้นแล้ว คุณจึงสามารถอธิบายเหตุผลได้มากขึ้น แต่ก็ควรให้เหตุผลแบบเป็นรูปธรรม ไม่ใช่นามธรรม เพราะเด็กวัยนี้ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
แม่พาติ๋มอายุ 4 ขวบมาหาหมอ บอกว่าลูกก้าวร้าวและชอบตีน้อง แม่อธิบายจนไม่รู้จะอธิบายอย่างไรแล้ว แต่ลูกก็ไม่ฟังเลย
หมอถามว่าแม่อธิบายอย่างไรเวลาลูกอารมณ์เสียและตีน้อง แม่บอกว่า “ก็พูดว่าติ๋มอย่าโมโหซิลูก การโมโหแปลว่า เราปล่อยให้ความมืดเข้ามาในใจเรา และการที่ตีน้องมันก็เป็นบาป ลูกไม่ควรทำ”
อายุ 4 ขวบอย่างติ๋มนี้ยังไม่เข้าใจคำเปรียบเทียบหรืออุปมาอุปมัยต่างๆ เช่น เปรียบเทียบ “ความมืด” ว่าหมายถึง สิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรทำ อันที่จริงเด็กวัยนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” หมายความว่าอย่างไร “บาป” กับ “บุญ” เป็นอย่างไร เด็กเล็กๆรู้แค่ว่า ทำอะไรแล้วพ่อแม่พอใจ ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b9%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เจาะจุดเด่น &#8220;8 แนวการศึกษาทางเลือก&#8221; ตัวช่วยเลือกร.ร.ให้ลูก</title>
		<description>เชื่อได้เลยว่า คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกใกล้เข้าวัยเรียน คงต้องคิดหนักเรื่องของการเลือกโรงเรียนให้กับลูกไม่น้อย เนื่องจากสมัยนี้ มีโรงเรียนมากมาย และผุดขึ้นอีกไม่รู้กี่แห่ง ทำให้พ่อแม่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าไปตามๆ กัน โดยเฉพาะการหาโรงเรียนที่ดี มีระบบการเรียนการสอนที่ตรงกับพัฒนาการของลูก

การเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ (Montessori Method)

       เริ่มเก็บข้อมูลกันที่ แนวการเรียนการสอนแบบ "มอนเตสซอรี่" เป็นหลักการสอนที่ยึดหลักตามพัฒนาการและความต้องการของเด็กวัย 0-6 ปี ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่ "สภาพแวดล้อม" โดยมีครูเป็นผู้เตรียมสภาพแวดล้อม ดังนั้นผู้ใหญ่หรือผู้ที่ดูแลเด็กจะต้องมีสัมพันธภาพที่ดี มีความรัก เอื้ออาทร มีเสรีภาพ ให้เด็กมีโอการเลือกและสิ่งที่สำคัญของการเรียนแบบมอนเตสซอรี่ คือ "มือ" เพราะมือคือครูที่สำคัญคนหนึ่ง เด็กสามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านมือตัวเอง โดยคุณพ่อคุณแม่และคุณครู เป็นผู้เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
       
      ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99-8-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9/</link>
			</item>
	<item>
		<title>12 กิจกรรมสนุกๆ เล่นกับลูกช่วงปิดเทอม</title>
		<description>เวียนมาอีกครั้งกับการปิด เทอมในช่วงมีนาคม-เมษายน คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะกังวลใจว่าจะหากิจกรรมอะไรมาเล่นกับลูกดี บางครอบครัวอาจส่งลูกเรียนภาคฤดูร้อน บางครอบครัวอาจส่งเข้าโรงเรียนกวดวิชา หรือเรียนพิเศษ แล้วแต่ความจำเป็น และทัศนคติของแต่ละครอบครัว

แต่สำหรับเด็กๆ แล้วช่วงปิดเทอมเป็นช่วงเวลาที่เขาตื่นเต้นที่จะได้พักผ่อนจากการเรียน ได้ไปเที่ยว ได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอกิจกรรมสนุกๆ ที่ครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้ดังนี้      

1. เล่นเกมลูกโป่งวอลเล่ย์บอล เด็กกับลูกโป่งเป็นของคู่กัน คุณพ่อคุณแม่ลองเป่าลูกโป่งแล้วแบ่งเป็น 2ทีมเล่นวอลเล่ย์บอลกับลูก เด็กๆ จะกระโดดตัวลอยเลยทีเดียว

2. วาดรูปบนรั้วหลังบ้าน ลองหาสีชอล์ คสำหรับเด็ก หรือระบายสีด้วยน้ำเปล่า โดยพาลูกไปที่รั้วหลังบ้านพร้อมด้วยกระป๋องน้ำ กับพู่กันอันใหญ่ หารั้วอิฐหรือกำแพงว่างๆ หากไม่มี พื้นปูนที่ลานบ้านก็ใช้ได้ แล้วลองระบายสีเล่นกันดู ไม่แน่อาจค้นพบจิตรกรตัวน้อยในบ้านก็ได้

3. ทำจรวดยักษ์ หากไปศูนย์การค้าหรือ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ลองขอกล่องกระดาษติดกลับบ้านมาบ้าง แล้วลองสร้างเป็นจรวดขนาดใหญ่ คิดสร้างสรรค์ไม่มีผิดหรือถูก มีประตูทางเข้าติดกระดาษสี ให้สวยงาม เด็กผู้ชายจะชอบกิจกรรมนี้มาก กิจกรรมนี้นอกจากจะทำให้เด็กๆ ตื่นเต้นสนุกสนานแล้วยังส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาความคิดเชิงระบบและความรู้ทางคณิตศาสตร์ อีกด้วย


4. สร้างภาพยนตร์ร่วมกัน ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/12-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%86-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เล่นกับลูกได้สนุกจัง</title>
		<description>ในยามว่างวันหยุดสุดสัปดาห์  หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรกับลูกดี  คอลัมน์นี้แนะนำได้นะคะ  การเล่นเป็นงานที่สำคัญสำหรับเด็ก  โดยเฉพาะเด็กวัย 6 ปีแรก  เพราะมีส่วนสำคัญกับการพัฒนาสมอง  มีใครหลายๆ คน บอกว่า  “การเล่น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”  เพราะการเล่นช่วยพัฒนาเด็กได้มากมาย  ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาด้านสังคม  พัฒนาด้านกล้ามเนื้อ  พัฒนาการด้านจิตใจหรืออารมณ์  รวมทั้งพัฒนาด้านภาษาด้วย  คอลัมน์นี้จะแนะนำวิธีการเล่นที่ง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้กับลูกๆ ได้
กิจกรรม  สีสันฉันเป็นใคร
1. เตรียมกระดาษบรูฟแผ่นใหญ่   1 แผ่น  สีเทียนแท่งใหญ่
2. นำกระดาษบรูฟ วางบนพื้น  ให้ลูกนอนหงายบนกระดาษ  คุณพ่อคุณแม่ใช้สีเทียนลากเส้นเป็นโครงรูปของลูกบนกระดาษนั้น
3. ให้เด็กลุกขึ้น ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เนตไร้สายเร็วสูง ต้องเลือกดีๆ</title>
		<description>สำหรับท่านที่ใช้ notebook คอมพิวเตอร์ เล่นอินเตอร์เน็ตเร็วสูง แบบไร้สาย เพื่อความสะดวกใช้งานทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ รอ 3G ก็ไม่มาครบพื้นที่ใช้งาน ส่วนใหญ่ค่ายมือถือต่างๆ ปล่อยให้ใช้งานเฉพาะกรุงเทพ และเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น 
ทางเลือกที่ดี คือ ระบบ 3g แบบ CDMA ความเร็วประมาณ 1M กว่า ก็พอลุ้น เร็วกว่ามือถือ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้งานด้วย เพราะ หากท่านใช้งานของ hutch จะใช้ได้เฉพาะภาคกลางและรวมภาคตะวันออกด้วย ความเร็วก็ต่ำประมาณ 2.4M ปกตจะไม่เกิน 1.4M  แต่ใช้ของ cat cdma จะใช้งานได้ครอบคลุมมากกว่า รวมภาคใต้ และภาคเหนือ ความเร็วสูงกว่า 3.1M  แต่ก็ไม่เกิน 1.5M เช่นกัน ผมสอบด้วยตัวเองครับ ส่วนค่าใช้จ่าย ซื้อเครื่องเอง ดีกว่า ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยางแท่นเครื่อง-แท่นเกียร์</title>
		<description>ยางแท่นเครื่อง - แท่นเกียร์
รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าซึ่งมีอยู่เต็มถนน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์วางขวาง มียางแท่นเครื่อง และยางแท่นเกียร์
เป็นตัวยึดเข้ากับตัวถังหรือซับเฟรม ปัญหาที่หนีไม่พ้น คือ การหมดสภาพ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยกันว่า เมื่อไรหมดสภาพ
ดูกันตามปีหรือระยะทางจะมีอาการให้เราทราบได้อย่างไร เปลี่ยนอย่างไรให้คุ้มค่าเงิน หรือต้องเข้าศูนย์บริการเท่านั้น?

ทำไมเครื่องยนต์ต้องมีการสั่นสะเทือนตลอดการทำงาน ทั้งตอนเดินเบา ออกตัว เร่ง และเบรก หลายผู้ผลิตพยายามลดอาการนี้
เช่น การออกแบบชิ้นส่วนให้มีน้ำหนักเบา ที่พบกันบ่อย ๆ คือ ใช้เพลาถ่วงให้สมดุล โดยใช้เพลา 2 แท่งที่ไม่ได้สมดุลในตัวเอง
ติด ตั้งประกบข้อเหวี่ยงอยู่ภายในเสื้อสูบ ( Balance Shaft ) ซึ่งมันจะหมุนเข้าหากันเพื่อหักล้างแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นกับเครื่อง ยนต์
แต่สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นแรงสั่นที่เกิดขึ้นตลอดการทำงาน
รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าแบบเครื่องยนต์วางขวาง นอกจากจะมีอาการสั่นสะเทือนจากภายในเครื่องยนต์แล้ว ยังมีอาการสั่น
จากภายนอกอีกด้วย เพราะในการออกตัวหรือการเบรก เครื่องยนต์จะโย้ไป-มา  หน้า-หลัง ตามแรงบิดของเครื่องยนต์และน้ำหนัก
ที่ถ่ายเทจากเครื่องยนต์ และเกียร์มีน้ำหนักรวมกันเป็นร้อย ๆ กิโลกรัม ความสั่นสะเทือนไม่มีประโยชน์ ไม่เป็นที่ต้องการ
ผู้ผลิตรถยนต์จึงต้องพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อนั่งอยู่ในห้องโดยสารแล้วจะได้ไม่รำคาญ และแนวทางที่ปฏิบัติกันมานาน
คือ ใช้วัสดุที่มีความนิ่ม ติดตั้งคั่นระหว่างเครื่องยนต์+เกียร์ กับตัวถังรถยนต์ ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เลือกเปลี่ยนโช็คอย่างไรดี</title>
		<description>เลือกเปลี่ยนอย่างไร
เมื่อ โช้กอัพหมดอายุ ก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่า พึงพอใจกับประสิทธิภาพของโช้กอัพ ชุดเดิมไหม นิ่มหรือแข็งไปไหม ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่มักเลือกใช้โช้กอัพที่ไม่แข็งมากเป็นมาตรฐาน เพราะต้องการให้การใช้งานส่วนใหญ่ในช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลาง มีความนุ่มนวลสร้างความประทับใจได้ดี ส่วนใหญ่ในช่วงความเร็วสูง ที่ถูกใช้ไม่บ่อย และมีผู้ใช้เท้าหนักไม่มากนัก ถือเป็นเรื่องรองลงไป มักไม่ค่อยมีกรณีที่ผู้ใช้ ไม่พึงพอใจ โช้กอัพชุดเดิมว่าแข็งเกินไป เพราะผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่มักเลือกใช้โช้กอัพโดยเน้น ความนุ่มนวลเป็นหลัก มักจะต้องการโช้กอัพที่แข็งขึ้นมากบ้างน้อยบ้าง

อยากเปลี่ยน โช้กอัพเทียบเท่ามาตรฐานเดิม
มีหลายทางเลือก
1. โช้กอัพใหม่ตามมาตรฐานจากศูนย์บริการแท้ ๆ มีจุดเด่น คือ ได้โช้กอัพแท้ ๆ ตามมาตรฐานเดิม แบบไม่ต้องลุ้น แต่แพงหน่อยและไม่สามารถเลือกโช้กอัพที่มีความแข็ง ต่างจากเดิม
2. โช้กอัพใหม่ หาซื้อตามร้านอะไหล่ โดยเทียบใช้ในประสิทธิภาพใกล้เคียงหรือเท่าเดิม ในยี่ห้อที่แตกต่างและราคาถูกกว่า ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่มักไม่ผลิตโช้กอัพเอง เพราะยุ่งยากสิ้นเปลืองในการลงทุน โดยจะสั่งจากผู้ผลิตรายย่อย (ซัปพลายเออร์) ให้ผลิตตามกำหนดหรือมาตราฐาน แล้วนำมาใช้ในการประกอบรถยนต์หรือจำหน่าย ในศูนย์บริการ โดยผู้ผลิตรายย่อยหลายรายก็มักจะผลิตโช้กอัพในมาตรฐานเดียวกันหรือใกล้เคียง กัน กับที่ส่งให้ผู้ผลิตรถยนต์ออกจำหน่ายเองด้วยจึงเป็นโอกาสที่ผู้ใช้จะเลือก ซื้อนอกศูนย์ บริการได้เริ่มจากการหายี่ห้อของโช้กอัพ ซึ่งมักจะถูกปั๊มไว้บนตัวโช้กอัพเดิม อาจใช้วิธีบอกรุ่นของรถยนต์ หรือยกโช้กอัพเดิมไปเทียบ จะมีราคาถูกกว่าในคุณภาพ ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84/</link>
			</item>
	<item>
		<title>อายุการใช้งานโช็ค</title>
		<description>อายุการใช้งาน
แม้มีมาตรฐานของอายุการใช้งานโดยประมาณแต่ในการใช้งาน จริงจะยืดหยุ่นมากน้อยตามคุณภาพของโช้กอัพ ลักษณะการขับและสภาพถนน เช่น ถ้าถนนแย่ ขรุขระมาก ก็หมดสภาพเร็วหน่อย
โดยเฉลี่ยอายุการใช้งานของ โช้กอัพอยู่ที่ 50,000-100,000 กิโลเมตร ประสิทธิภาพของโช้กอัพจะลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งานที่ผ่านไป ส่วนจะลดลงเร็วหรือน้อยก็แตกต่างกันออกไป แต่ลดลงเรื่อย ๆ แน่นอน และผู้ขับก็ไม่ค่อยทราบเพราะความเคยชิน การเสื่อมสภาพของโช้กอัพ ไม่จำเป็นต้องแตกหรือรั่วเท่านั้นยังต้องตรวจสอบด้วยวิธีอื่นด้วย เช่น จอดรถยนต์นิ่ง ใช้น้ำหนักร่างกายกดขย่มลงบนเหนือตัวถังใกล้กับล้อของโช้กอัพตัวที่ต้องการ ตรวจสอบ (ระวังตัวถังบุบไว้ด้วย) เมื่อขย่มลงไปสัก 5 ครั้ง แล้วปล่อย ถ้าโช้กอัพยังดี ตัวรถยนต์ต้องขยับขึ้นลงอีก 1-3 ครั้ง แสดงว่าโช้กอัพยังควบคุมความยืดหยุ่นไว้ได้ แต่ถ้าตัวรถยนต์ยังขยับขึ้นลงมากกว่า 3 ครั้ง แสดงว่าโช้กอัพหมดความหนืด ไม่สามารถควบคุมความยืดหยุ่นไว้ได้ หากกดแทบไม่ลง หรือเมื่อปล่อยตัวออกมาแล้วตัวรถยนต์หยุดนิ่งในเกือบจะทันที หรือทันที แสดงว่าโช้กอัพตาย ไม่สามารถยืดยุบตัวได้ตามปกติ การทดสอบขณะรถยนต์จอดนิ่ง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทดสอบเท่านั้น ต้องประกอบกับการขับเคลื่อนจริงด้วย โดยให้พยายามจับอาการในการขับด้วยว่า มีอาการกระด้างมากขึ้น หรือยวบยวบมากขึ้นไหม ...</description>
		<link>http://www.eanic.com/momeblog/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84/</link>
			</item>
</channel>
</rss>

