ต่อเน็ตผ่าน EDGE ของ DTAC ด้วย Nokia 3110c บน Ubuntu Jaunty Jackalope
เรื่องของเรื่องก็คือ ด้วยความเห่อมือถือใหม่ที่ใช้ EDGE/GPRS ได้ ก็เอามาต่อกับคอมพิวเต้อร์เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตบ้างเป็นครั้งคราว (ในกรณีที่ขี้เกียจลงจากห้องมาใช้เน็ตฟรีของมหาวิทยาลัย) ตอนที่ใช้ Ubuntu เวอร์ชั่น 8.10 Intrepid Ibex นั้น น่าประทับใจมาก คือเสียบมือถือปุ๊บ คลิกเลือก DTAC ใน Network Manager ก็ต่อได้เลย สองคลิกเท่านั้น! เทียบกับ Windows ที่ต้องลงโปรแกรม Nokia PC Suite แล้วเมพกว่าเห็น ๆ
ปัญหาก็คือ หลังจากอัพเกรดเวอร์ชั่นของ Ubuntu จาก 8.10 เป็น 9.04 Jaunty Jackalope แล้วเนี่ย มันต่ออินเตอร์เน็ตอีกไม่ได้ โดยปัญหาเหมือนว่าจะเป็นการถอดชื่อเว็บไซ้ท์ออกเป็นหมายเลข IP ไม่ได้ (มันจะขึ้น looking for xxx.com ในแถบด้านล่างของ Firefox อยู่นาน) เลยถามใน Twitter ได้ @phisite กับ @wiennat มาช่วยตอบว่า ให้ไปเอาค่า DNS เก่าออก (คลิกขวาที่ Network Manager Panel -> Edit Connections -> Mobile Broadband -> DTAC -> Edit -> IPv4 Settings -> เลือก Method เป็น Automatic (PPP)) เท่านั้นก็เรียบร้อย
สำหรับสาเหตุนั้นเดาว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ DTAC เพิ่งเปลี่ยน DNS แล้ว Jackalope มันจำค่า DNS เดิมจาก Ibex มา
ขอขอบคุณ @phisite และ @wiennat (เรียงตามตัวอักษร)
ที่มา http://tewson.com/content/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-edge-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-dtac-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2-nokia-3110c-%E0%B8%9A%E0%B8%99-ubuntu-jaunty-jackalope
วันนี้เจอแนวคิด แท่นวาง notebook ในรถยนต์ที่น่าสนใจอีกแล้ว เหมาะมากสำหรับท่านที่เดินทางบ่อย พกแท่นวางนี้ไว้
ใช้โน๊ตบุกส์ได้อย่างสะดวกดี คล้องไว้กับพวงมาลัยหรือเบาะหลังก็ได้ ดูรูปประกอบดีกว่าครับ


ที่มา http://www.theactivechild.com/pages/car_laptop_desks.php
ฉลาดเลือก : จอ LCD มีความจำเป็นไหม แล้วถ้าจะใช้ควรเลือกแบบไหนดี
ศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้เกริ่นเปิดเรื่องวิธีเลือกจอ LCD ในแบบเริ่มต้นไปแล้ว สัปดาห์นี้เราจะมาต่อเรื่อง วิธีการดูสเปกของจอ LCD เวลาเลือกซื้อว่า ควรดูที่ตรงไหน และพิจารณาส่วนใดเป็นพิเศษ เพราะถึงแม้ว่าจอ LCD จะมีหน้าตาและรูปร่างคล้ายกัน แต่คุณสมบัติและความสามารถก็แตกต่างกันไปตามราคา คุณภาพวัสดุที่ใช้ผลิต และความสามารถในการแสดงผล เดี๋ยวเราจะมาไล่ดูกันทีละเสปก
ก่อน อื่น หลายคนสงสัยว่า เรื่องความทนทานของจอ LCD นั้น เมื่อเทียบกับจอ CRT แล้วจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องบอกว่า ปัจจุบันนี้ อายุการใช้งานของตัวจอ LCD และแบ็กไลท์ของมันนั้น จะมีช่วงของเวลาอยู่ที่ 6-8 หมื่นชั่วโมงใช้งาน นั่นหมายถึงถ้าจอผ่านการ QC มาอย่างดี และมีสภาพการใช้งานปกติ คือเปิดใช้งาน 8 ชม.ต่อวัน ก็จะสามารถใช้ได้มากกว่า 20-25 ปี ในขณะที่จอแบบ CRT ส่วนใหญ่พอใช้ไปสัก 5-6 ปีก็เริ่มจะออกอาการเจแล้ว คือ รวน ภาพไม่นิ่ง หรือไม่ก็สีเพี้ยน แต่สำหรับ LCD แล้วโอกาสเกิดขึ้นนั้นยากกว่า ดังนั้น ผมเลยตั้งข้อสันนิษฐานว่า ด้วยความทนทานนี่เอง ในอนาคตอันใกล้นี้ จอ LCD มือสองน่าจะเป็นทางออกที่น่าสนใจพอสมควรสำหรับคนที่มีงบประมาณไม่มาก
กลับมาที่เรื่องสเปกกันครับ เรามาดูว่า จอ LCD จะมีสเปกอะไรที่ควรดูบ้าง
Aspect Ratio : อันนี้เป็นค่าที่จะบอกว่า จอของเรามีรูปทรงของการแสดงผลเป็นอย่างไร เช่น มาตรฐานของมอนิเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนี้จะอยู่ที่ 4:3 คือ ด้านกว้าง 4 ต่อความสูง 3 ส่วน แต่ถ้าเป็นจอภาพแบบ Wide screen ก็จะมีสัดส่วนเป็น 16 : 9 คือ เป็นจอทรงยาวเหมาะกับการเอามาดูภาพยนตร์มากกว่าทำงานทั่วไป ข้อดีคือ ถ้าเป็นจอ Wide ขนาด 17 นิ้ว ก็มีพื้นที่ในการแสดงผลมากกว่าจอ 15 นิ้วธรรมดามากกว่า 120 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าตัวที่แพงกว่าพอสมควร
Resolution : ค่าความละเอียดการแสดงผล ขึ้นอยู่กับขนาดที่เหมาะสมด้วย เช่น ถ้าเป็นมอนิเตอร์ขนาด 15 นิ้ว ค่าความละเอียดที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 1,024×768 พิกเซล แต่ถ้าเป็น 17 นิ้วก็อาจจะเป็นค่าเดียวกันหรือสูงกว่าคือ 1,280×1,024 พิกเซล เรื่องนี้สำคัญทีเดียว เพราะสำหรับ LCD นั้นเราต้องเลือกค่าความละเอียดที่เหมาะกับการทำงานของเราก่อนซื้อ เนื่องจากเป็นแบบ Fixed Pixel คือ ถ้าโรงงานเซตมาที่เหมาะสมเท่าไหร่ นั่นคือค่าจริงที่มอนิเตอร์จะแสดงผลได้ลงตัว และชัดเจนที่สุด (ในขณะที่ค่าอื่นเป็นการจำลองการทำงาน ถ้าเลือกใช้จะทำให้ภาพออกมาดูเบลอได้) ทั้งนี้ในกรณีที่คุณเอามาใช้ทำงานทั่วไป เช่น งานออฟฟิศ เล่นเน็ต ดูหนัง เล่นเกม ฯลฯ ค่าความละเอียด 1,024×768 จะเหมาะสมมากที่สุด แต่ถ้าเอามาใช้ในการออกแบบ งาน CAD-CAM หรือ กราฟิก ค่าความละเอียดที่สูงระดับ 1,600×1,200 พิกเซล (จอขนาด 19 นิ้ว) ก็น่าจะเหมาะสมและลงตัวมากกว่า
View Angle : เป็นค่าของมุมมองที่สามารถมองจอมอนิเตอร์เห็นชัดเจน ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 120-140 องศา วิธีวัดก็คือ ให้เรายืนอยู่ตรงหน้าจอเป็นแนวตรง แล้วเอาตัวเลขมุมมองที่ได้มาหารสอง เช่น ถ้าจอที่เราจะซื้อมีมุมมองที่ 140 ก็คือ ให้แยกเป็น ซ้าย 70 และขวา 70 นั่นคือมุมมองที่สามารถมองจอในด้านข้างได้ชัดเจน ถ้าเกินกว่านั้นก็จะเริ่มมองไม่ชัด หรือมองไม่เห็นเลย สำหรับจอ LCD ที่ดีนั้น ควรมีมุมมองที่กว้างทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพราะในกรณีที่นั่งดูคนเดียวก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ในบางครั้งที่ต้องดูจอมากกว่า 1 คน เช่น การพรีเซ็นเทชัน หรือโชว์อะไรให้ใครดู ก็คงไม่สะดวกนักถ้าต้องมาหมุนจอไปมาเพื่อให้คนอื่นมองเห็นด้วย ค่า View angle นี้ใช้ได้กับจอ LCD ทั้งของเดสก์ทอป และโน้ตบุ๊ก
Contrast Ratio : ค่าความสว่าง ที่มีตัวเลขออกมาเป็น 250 : 1 หรือ 400 : 1 ค่านี้คือค่าความต่างที่มอนิเตอร์ตัวนั้นสามารถแสดงผลสีขาวที่สว่างที่สุด กับสีดำที่มืดที่สุด ค่ายิ่งมากก็ยิ่งดี เพราะจะชี้ให้เห็นว่าจอนั้นสามารถแสดงผลได้ชัดเจน แม้ว่าจะมีแสงจากภายนอกมารบกวนได้ดีกว่า ส่วนใหญ่จอ LCD นั้นแม้แต่จอที่ราคาถูก ๆ คุณภาพปานกลางก็จะแสดงผลในห้องที่มีแสงน้อยได้ดีมากอยู่แล้ว แต่กลุ่มนี้พอมาอยู่ในห้องที่มีแสงมาก หรือใช้ร่วมกับการแสดงผลที่มีภาพเคลื่อนไหวตลอด เช่น การเล่นเกม การดูหนัง ฯลฯ ก็มักจะมองยาก หรือมองแทบไม่เห็นเลย ซึ่งเสียสายตามากทีเดียว ดังนั้น ในงบประมาณที่เท่ากัน ควรเลือกซื้อจอที่มีค่า Contrast Ratio สูงที่สุด จะดีกว่า
สัปดาห์หน้ามาต่อกันในตอนจบของ จอ LCD ครับ.
ที่มา http://www.dailynews.co.th/it/each.asp?newsid=65401