ชีวิตลูกผู้ชาย คงต้องโกนหนวดกันทุกคน หากขืนไม่โกนคงใช้ชีวิตลำบาก ไปไหนต่อไหน เขาคิดว่า เป็นจอมโจรแน่เลย
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องโกนหนวดทุกวัน ปกติจะใช้มีดโกนแบบ 2 คม ยี่ห้อดีๆ ก็ใช้ดีพอสมควร แต่ทุกครั้งมักทิ้งบาดแผลไว้เสมอ และยุ่งยาก ต้องใช้สารหล่อลื่นด้วย ไม่ใช้โกนยาก เดือนหนึ่ง หมดเงินกับเรื่องโกนหนวดพอสมควร และยุ่งยากด้วย
เมื่อหลายวันก่อนไปเดินห้างกับครอบครัว เดินผ่านบูธ ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เห็นเครื่องโกนหนวด หลายเครื่องมาก แม่ลูกชาย (ภรรยา)เห็นผมยืนดูอยู่นาน จึงบอกว่า เลือกสักเครื่องสิพี่ น่าใช้ดี สะดวกด้วย แม้แพงหน่อย แต่คงคุ้มค่าดี พนักงานขายบอกว่า ใบมีดจะคมเสมอ ผมเลือกแบบ 2 หัว ยี่ห้อ PHILIPS รุ่น HQ801 ราคาตัวละ 1,290 บาท หลักพันเลย คงคุ้มค่านะ(คิดในใจ)
เมื่อนำมาใช้ครั้งแรกก็ประทับใจดี มีเสียงดังคล้าย เครื่องตัดผม (เสียงเบา) เมื่อตัดหนวด ก็จะเสียงดังรู้สึกได้ชัดเจน โกนแนบเนียน ไม่มีบาดแผลเลยครับ พนักงานบอกว่า กว่าผิวหนังเราจะชินก็ประมาณสัปดาห์หนึ่ง แต่สะดวกดี โกนสดๆ ไม่ต้องใช้น้ำ และครีมอะไรให้ยุ่งยาก หากท่านมีโอกาสลองดูสักเครื่องก็ดีนะครับ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการโกนหนวด
สำหรับ ผู้ชายทุกคนแล้ว การโกนหนวดถือเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่ง ในทุกๆเช้า และผมเชื่อว่า ทุกคนอีกเหมือนกัน มีปัญหาเกี่ยวกับการโกนหนวด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิด ของใบมีดโกน ประเภทของครีมโกนหนวด หรือแม้กระทั่ง การเลือก after shave
สำหรับผู้ชายทุกคนแล้ว การโกนหนวดถือเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่ง ในทุกๆเช้า และผมเชื่อว่า ทุกคนอีกเหมือนกัน มีปัญหาเกี่ยวกับการโกนหนวด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิด ของใบมีดโกน ประเภทของครีมโกนหนวด หรือแม้กระทั่ง การเลือก after shave ผมก็เคยมีปัญหา เหมือนกับคุณทุกคนนั่นแหละครับ เรามาลองดูคำแนะนำกันนะครับ
1. การเลือกชนิดของใบมีดโกนให้เหมาะสม การเลือกว่าจะใช้แบบที่เป็นมีดโกนหนวด หรือแบบที่เป็นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า ล้วนแต่มีข้อแตกต่างกัน
ข้อแตกต่างที่ว่าก็คือ ถ้าคุณต้องการโกนแบบเกลี้ยงเกลาแล้วละก็ให้ใช้แบบใบมีดนะครับ และถ้าคุณต้องการโกนให้เกลี้ยงกว่านั้นละก็ ให้ใช้ใบมีดโกนแบบที่เป็นชนิดใบคู่นะครับ ให้เปลี่ยนใบมีดโกนอยู่เป็นประจำ บ่อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของหนวดของคุณ โดยทั่วไปแล้ว ใบมีด 1ชุด จะใช้ได้ประมาณ 5-7 ครั้ง
หลังจากนั้นก็จะเริ่มทื่อ ซึ่งถ้าคุณยังคงใช้ต่อไป อาจทำให้การโกนหนวดของคุณ มีรอยแหว่งได้นะครับ ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวหนังประเภทที่เป็น sensitive skins แล้วไม่ต้องการแบบที่เกลี้ยงเกลามาก หรือคุณมีปัญหาเกี่ยวกับสิวที่บริเวณที่ต้องโกนหนวดแล้วละก็ ให้ใช้มีดโกนแบบ ที่เป็นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า เพราะตัวใบมีดจะอยู่ห่างจากผิวหนังคุณพอสมควร ซึ่งจะช่วยลดความระคายเคืองของผิวหนังได้ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ไม่มีถูกไม่มีผิดนะครับ เลือกประเภทที่คุณรู้สึกสบายมากกว่า เท่านั้นเอง
2. ถ้าคุณใช้แบบใบมีด คุณต้องใช้น้ำด้วยนะครับ ยิ่งมากยิ่งดี เริ่มต้นด้วยให้ใบหน้าของคุณชุ่มไปด้วยน้ำอุ่น อย่างน้อย 5 นาที หรือให้หาผ้าอุ่นๆมาวางบนใบหน้า หรือให้ใบหน้าของคุณเปียกใบด้วยระหว่างที่อาบน้ำในตอนเช้า หนวดของคุณจะชุ่มไปด้วยน้ำและตั้งชันขึ้น และพร้อมที่จะถูกกำจัดแล้วครับ
3. ถ้าคุณโกนด้วยเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแล้วละก็ ให้ใบหน้าของคุณแห้งก่อนนะครับ ถ้าใบหน้าของคุณยังคงเปียกและชื้นแล้วก็ การโกนด้วยเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้
4. การเตรียมใบหน้าของคุณ ปัญหาที่ตามมาก็คือ คุณจะใช้สบู่ ครีมโกนหนวดแบบ gel หรือว่าแบบ cream ดี จริงๆแล้วทั้ง 3 แบบ ให้ผลไม่ต่างกันมากนัก ขึ้นกับความชอบของแต่ละบุคคลมากกว่า สิ่งที่ต่างกันก็คือ แบบ gel จะช่วยลดความเสียดสี ได้มากกว่า แต่ราคาก็จะแพงมาก กว่าด้วยเหมือนกัน ซึ่งการใช้สบู่จะเป็นแบบที่ถูกที่สุด สำหรับการใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า สิ่งที่คุณต้องเตรียมก็คือ ให้ใบหน้าของคุณสะอาดและแห้งเพียงพอเท่านั้นเอง
5. ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ การโกนหนวดนั้นคุณจะต้องค่อยทำ เนื่องจากสิ่งที่คุณต้องการกำจัดก็คือหนวดนะครับ ไม่ใช่หนวดและเลือด การที่คุณรีบโกนหนวดจะทำให้คุณใช้แรงมากเกินไปในการโกนแต่ละครั้ง ผลที่ตามมาก็คืออาการะคายเคือง หรือรอยบาดเล็กๆบนใบหน้า อย่าลืมนะครับ ผิวหน้า เป็นผิวหนังส่วนที่บอบบางมากนะครับ
6. ขั้นสุดท้าย การเลือก after shave ในทางการแพทย์นั้นการใช้ aftershave แทบจะไม่จำเป็นเลย คุณประโยชน์อย่างเดียวที่เห็นชัด คือทำให้คุณรู้สึกสดชื่นเท่านั้นเอง ที่สำคัญก็คือ อย่าใช้ aftershave ที่มีส่วนประกอบของ alcohol หรือ withch hazel ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกแสบบริเวณใบหน้าได้ ดังนั้นให้ดูส่วนประกอบของ afatershave ให้ดีนะครับก่อนที่จะซื้อ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบด้วย alcohol แต่ก็มีบางชนิดที่เป็น alcohol-free สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย
ที่มา http://board.narak.com
การล้างหม้อน้ำด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องยาก หาถุงพลาสติกคลุมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ ๆ หม้อน้ำ แล้วมองหาปลั๊กถ่ายน้ำด้านล่างของตัวหม้อน้ำ คลายไว้เล็กน้อย เปิดฝาหม้อน้ำ เกิดฝาหม้อน้ำเตรียมสายยางที่ต่อไว้กับก็อกประปา ติดเครื่องยนต์ให้ทำงาน คลายหัวไล่น้ำออก เอาสายยางที่มีน้ำไหลแหย่ลงไปในช่องที่เปิดฝาหม้อน้ำออกให้มีน้ำหมุนเวียนใน เครื่องยนต์อยู่ตลอดเวลา น้ำไหลเข้าจากท่อยางที่เสียบลงไปจากด้านบนหมุนเวียนและไหลออกที่ช่องด้าน ล่าง ทิ้งไว้สักพักจนน้ำเริ่มใส ปิดปลั๊กอุดด้านล่าง ปิดน้ำที่สายยาง ดับเครื่องยนต์ เตรียมน้ำยาหล่อเย็น COOLANT ที่เราไม่ได้หวังผลตามชื่อเท่าไหร่นัก เพราะน้ำยานี้ไม่ได้ช่วยระบายความร้อน แต่เป็นการเพิ่มจุดเดือดของน้ำ และไม่หวังผลเรื่องการป้องกันสนิมกันมากกว่า คลายปลั๊กไล่น้ำเล็กน้อย เพื่อให้น้ำลดระดับลงไปบ้าง เติมน้ำยาหล่อเย็นลงไป ถ้ายังเติมไม่พอ ก็ไล่น้ำทิ้งออกไปอีกเล็กน้อย ไล่เติมจนได้สัดส่วนที่ข้างกระป๋องน้ำยาหล่อเย็นระบุไว้ เช่น 0.5 หรือ 1 กระป๋องต่อรถยนต์ 1 คัน ฯลฯ ติดเครื่องยนต์ปล่อยให้ทำงานสักพัก เพื่อให้วาล์วน้ำเปิดจนสุด มีการหมุนเวียนตามปกติ เติมน้ำยาในหม้อน้ำและถังพักให้ได้ระดับ ปิดฝาเป็นอันเสร็จ ส่วนรถยนต์ที่ใช้หม้อน้ำระบบปิด ไม่มีฝาหม้อน้ำ ใช้เติมน้ำที่ถังพัก ก็ปฎิบัติคล้าย ๆ กัน แต่ต้องหาหัวไล่ลมให้พบ โดยในขั้นตอนสุดท้าย ต้องไล่ลมพิเศษออกจากระบบให้หมดที่หัวไล่ลมพิเศษนี้ด้วย
ที่มา http://www.car2care.com/forum/viewtopic.aspx?t=1263
