ก่อนที่จะลงมือทํางานที่บ้าน
มี 8 จุดที่ H & D อยากให้เช็กเพื่อให้คุณได้มีความสุขกับงานที่กําลังจะลงมือทํา
1. แสงสว่าง
ใน พื้นที่ทํางานควรมีแสงสว่างอย่างเพียงพอ ทั้งแสงธรรมชาติและแสงจากหลอดไฟ แสงจากธรรมชาติควรใช้แสงทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเพราะเป็นแสงที่ไม่ร้อน ส่วนแสงจากหลอดไฟควรใช้แสงสีขาว (Day Light) ซึ่งจะเหมาะสมกับการทํางานมากกว่า

2. อุปกรณ์สื่อสาร
ไม่ ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตซึ่งทําให้ทํางานได้ทุกที่ภายในบ้าน หากต้องการย้ายที่ทํางานอยู่บ่อยๆ ก็ควรเลือกใช้ Wireless Modem ที่มีสัญญาณครอบคลุมทั้งบ้าน นอกจากนี้ควรเลือกใช้อุปกรณ์แบบ All in 1 ที่รวมเอาเครื่องถ่ายเอกสาร พริ้นเตอร์ สแกนเนอร์ และแฟกซ์ไว้ด้วยกัน เพื่อประหยัดพื้นที่ทํางาน

3. ตู้เก็บของ
แน่ นอนว่าที่ทํางานก็ต้องมีตู้เก็บของ ให้ทําหน้าบานตู้แบบทึบหรือกรุด้วยกระจกฝ้าก็จะช่วยให้บ้านดูเรียบร้อยขึ้น ได้ แต่ถ้าไม่อยากให้ที่เก็บของดูรกเกินก็ควรออกแบบบานเฟี้ยมหรือบานเลื่อนปิดไป ทั้งแถบเลยก็ได้

4. เฟอร์นิเจอร์
สํา หรับชาว Freelance ถ้าใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวควรเลือกแบบมีล้อเลื่อน อาทิ โต๊ะอเนกประสงค์ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย สําหรับ Home Office ที่ต้องการ ทําบิลท์อิน ควรเลือกวัสดุที่ทนทานและดูแลรักษาง่าย เช่น เหล็ก กระจก อะลูมิเนียม

5. พื้น
Home Office ที่มีคนเยอะๆ ควรใช้พื้นที่มีความแข็งแรง เช่น พื้นทาสีอีพ็อกซี่หรือปูกระเบื้อง หากต้องการออฟฟิศที่มีอารมณ์ธรรมชาติ ควรใช้พื้นไม้ลามิเนตที่ทนรอยขูดขีดได้ดีกว่าไม้จริง

6. ปลั๊กไฟ
สํา หรับงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์จําเป็นต้องมีปลั๊กไฟอยู่ใกล้ๆ ควรติดตั้งปลั๊กไฟให้สูงกว่าระดับโต๊ะทํางาน เล็กน้อย หรือให้สูงจากพื้นประมาณ 15 - 20 ซม. และถ้ากําลังสร้างบ้านอยู่ควรเลือกใช้ปลั๊กชนิดฝังพื้นไว้บริเวณที่ทํางาน

7. อุปกรณ์ทํางาน
สํา หรับคนทํางานขีดๆ เขียนๆ ที่ต้องมีอุปกรณ์และข้าวของเยอะๆ ควรเก็บรวบรวมไว้ในตะกร้าหรือกล่องใส่ของเพื่อความสะดวกในการย้ายมุมทํางาน ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปหยิบ

8. โต๊ะทํางาน
โดย ปกติมีขนาดมาตรฐานประมาณ 0.8 x 1.5 เมตร แต่หากใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอาจจะมีขนาดเล็กลงกว่านั้นได้ ส่วนคนที่ชอบเปลี่ยนมุมทํางานบ่อยๆ ลองเลือกชุดโต๊ะ-เก้าอี้ที่ดูไม่เหมือนในสํานักงาน หรือใช้โต๊ะเก่ามาเพ้นต์สีให้มีบรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น
ที่มา http://www.homeanddecor.in.th/index.php?mode=tips&id_run=2&group=8&id=113

no comment

สำหรับบางท่านที่ใช้ Google อยู่เป็นประจำแต่ไม่ทราบ จะได้รู้ว่าจริงๆ ยังมีเทคนิกอีกหลายอย่างที่ทำให้เราค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น เรามาดูกันครับ

1. Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature. Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back… (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ)

2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris

3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำ พวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย + ช่วยโดยนำไปอยู่หน้าคำนั้น (ต้องเว้นวรรคก่อนด้วย) เช่น back +to nature final fantasy +x

4. Google สามารถกันขอบเขตการค้นหาให้เล็กลงด้วยการใช้ Advanced Search หรือ การค้นหา แบบพิเศษ ใน Google ภาษาไทย

5. Google สามารถตัดคำพ้องรูปได้โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยโดยการนำไปอยู่คำที่จะตัด เช่น คำว่า bass มี 2 ความหมายคือ เกี่ยวกับปลา และดนดรีเราจะตัดที่มีความหมายเกี่ยว กับดนตรีออกโดยพิมพ์ bass -music หมายความว่า bass ที่ไม่มีคำว่า music นอกจากนี้มันยังสามารถตัดอย่างอื่นได้อีก เช่น “front mission 3″ -filetype:pdf หมายความว่า เรื่องเกี่ยวกับ front mission 3 แต่ไม่แสดงไฟล์ PDF

6. การค้นหาแบบทั้งวลี (คือการค้นหาทั้งกลุ่มคำ) ให้ใช้เครื่องหมาย ” ” เช่น “Breath of fire IV”

7. Google สามารถแปลเวปภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portuguese เป็น ภาษาอังกฤษได้ (โดยคลิ้กที่คำว่า “Translate this page” ด้านข้างชื่อเวป)

8. Google สามารถหาไฟล์ในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่ HTML ได้ ประเภทไฟล์ที่รองรับคือ
Adobe Portable Document Format (pdf) Microsoft PowerPoint (ppt)
Adobe PostScript (ps) Microsoft Word (doc)
Lotus 1-2-3 (wk1, wk2, wk3, wk4, wk5, wki, wks, wku) Microsoft Works (wks, wps, wdb)
Lotus WordPro (lwp) Microsoft Write (wri)
MacWrite (mw) Rich Text Format (rtf)
Microsoft Excel (xls) Text (ans, txt)

วิธี ใช้ filetype:นามสกุลของไฟล์ เช่น “Chrono Cross” filetype:pdf หมายความว่าเอกสารของ Chrono Cross ที่เป็น PDF และมันยังมีความสามารถดูไฟล์เหล่านั้นในรูปแบบของ HTML ได้ (โดยคลิ้ก View as HTML หรือ รูปแบบ HTML ใน Google ไทย)

9. Google สามารถเก็บ Cached ของเวปที่จะเข้าชมไว้ได้ (โดยคลิ้กที่ Cached หรือ ถูกเก็บไว้ ใน Google ภาษาไทย) ประโยชน์ของมันคือช่วยให้เราสามารถเข้าเวปบางเวปที่อาจโดนลบไปแล้ว โดย ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลก่อนถูกลบ (ใหม่สุดที่มันจะมีได้)

10.Google สามารถค้นหาหน้าที่คล้ายกัน (โดยคลิ้ก Similar pages หรือ หน้าที่คล้ายกัน ใน Google ภาษาไทย) โดยจะค้นหาข้อมูลที่คล้ายๆ กันให้เรา เช่น ถ้าเรากำลังหาข้อมูลการวิจัย ความสามารถนี้จะ ช่วยให้หาข้อมูลได้มากมายในเวลาที่รวดเร็วโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง keyword

11.Google สามารถค้นหา link ทั้งหมดที่เชื่อมไปยังเวปนั้นได้ วิธีใช้ link:ชื่อ URL เช่น ink:www.google.com และคุณไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ร่วมกับการหาแบบอื่นๆ ได้

12.Google สามารถค้นหาเวปที่จำเพาะเจาะจงได้ โดยพิมพ์ คำที่คุณต้องการเจาะจง site:ชื่อ URL เช่น ถ้าคุณต้องการหาเวปเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ admission site:www.stanford.edu

13.ถ้าคุณมีเวลาน้อย (และคิดว่าโชคดี) Google มีบริการการค้นหาด่วน (ชื่อบริการ I’m Feeling Lucky) โดยที่ Google จะนำเวปที่อยู่ลำดับแรกของการค้นหา ส่งให้คุณเลย (link ไปเวปนั้นให้เสร็จ) เช่น คุณต้องการค้นหาเวปมหาวิทยาลัย Stanford อย่างด่วนให้พิมพ์ Stanford แล้วกด I’m Feeling Lucky หรือ โชคเข้าข้างเราแน่ ใน Google ไทย

14.Google สามารถหาแผนที่ของสหรัฐอเมริกาได้โดยพิมพ์ ที่อยู่ ชื่อถนน พร้อมด้วยชื่อรัฐ เช่น 165 University Ave Palo Alto CA Google จะจัดการส่งแผนที่คุณภาพสูงมาให้คุณ

15.Google สามารถหาเบอร์โทร (เฉพาะอเมริกา) หรือพิมพ์เบอร์โทรแล้วหาบริษัทได้โดยพิมพ์
first name (or first initial), last name, city (state is optional) phone number, including area code
first name (or first initial), last name, state last name, city, state
first name (or first initial), last name, area code last name, zip code
first name (or first initial), last name, zip code
แล้วแต่ว่าคุณจะใช้แบบไหน

16.Google สามารถค้นหา Catalog สินค้าได้ (เข้าไปที่ http://catalogs.google.com)/

17. นอกจากนี้มันยังสามารถคำนวนเลขได้ด้วยนะครับ ลองใส่โจทย์เลขลงไปในช่อง Search ดูสิ เช่น 52869-8956 หรือ 562475+8422 แล้วกด enter ดู จริงๆ มันยังแปลงค่า เช่น จากไมล์เป็นกิโลเมตร หรือจากเซนติเมตรเป็นนิ้วได้ แค่ใส่ลงไป เช่น ใส่ว่า 130 miles to kilometer ก็จะได้ผลออกมาเป็นกิโลเมตร เป็นต้น

18.นอกจากนี้ยังแปลงค่าเงินได้ อีกด้วย ใส่ลงไปในช่องค้นหาว่า 50 USD to baht ก็จะได้อัตราแลกเปลี่ยนเงินจากดอลลาร์เป็นบาท หรือจะเป็นค่าอื่น ก็แค่เปลี่ยนสกุลเงิน แล้วตามท้ายว่า To baht ก็จะได้อัตราแลกเปลี่ยนแล้วครับ

ลองนำไปใช้งานกันดูนะครับ
ที่มา จำไม่ได้แล้วครับ copy ไว้เฉยๆ
ขอบคุณเจ้าของบทความด้วยครับ

no comment

ดูภาพความรุนแรงของการระเบิดของแบตเตอรี่ li-po แบตเตอรี่ ครับ
จำไว้ อย่าเลียนแบบ

no comment

โมเม บล็อค