หัวพิมพ์ตัน .. พิมพ์รูปมีลายขวางเป็นม้าลาย
สำหรับผู้ใช้เครื่องพิมพ์ที่นาน ๆใช้ที
ขนาดกำชับว่า 2-3 วันเปิดพิมพ์อะไรก็ได้ทิ้ง ๆขว้าง ๆสักแผ่นก็ยังดี
พี่ท่านก็ยังลืม หรืออาจจะขี้เกียจด้วย อิ..อิ..
เวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน จนลืมไปเลยว่าี่มีเครื่องพิมพ์อยู่
แน่นอนครับ หัวพิมพ์จะเริ่มตันทีล่ะนิด พิมพ์รูปออกมามีลายขวางเป็นทางม้าลาย
เนื่องจากหมึกแห้งแข็งตัวอุดตันทางออกของน้ำหมึก
ปัญหานี้ไม่เหมือนปัญหาฟองอากาศคั่นอยู่ระหว่างชั้นหมึก
อันนั้นใช้ลมอัดไล่ฟองอากาศออกมาได้ง่าย ๆ แต่นี้หมึกแข็งตัวอุดตันแก้ยากกว่า
ก่อนอื่นมาดูโครงสร้างของตลับหมึก HP ก่อน
ในรูปเป็นตลับหมึกสีเบอร์ 22 ยอดนิยม
สังเกตขอบพลาสติกของตัวถังหนามากชนิดรถถังเรียกพี่
ผ่านการทุบถองด้วยค้อน+คัตเตอร์ จึงเปิดฝาออกได้
จะเห็นแผ่นสี่เหลี่ยมสีขาวอยู่ 3 แผ่น เดาว่าน่าจะเป็นแผ่นกรองน้ำหมึกก่อนออกสู่หัวพิมพ์
อย่า..อย่า..เพิ่งตกใจ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงมีดบาดมานั่งผ่าตลับหมึก
ผมเพียงแต่เอารูปมาให้ดู ให้เห็นว่าช่องหมึกออกยกสูงขึ้นมาจากหัวพิมพ์
เวลามีการอุดตัน ก็น่าจะมีหมึกแข็งตัวเป็นก้อนอุดตันที่แผ่นกรองสีขาวนั่นเอง
เนื่องจากหมึก HP เป็นหมึกที่ใช้ตัวทำละลายคือน้ำธรรมดา
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อน้ำยาล้างหัวพิมพ์ให้เปลืองตัง
แค่เอาตลับหมึกแช่น้ำประปาง่ายจะตายไป
มีเทคนิคนิดหน่อย คือแช่ให้ระดับน้ำสูงกว่าแผ่นกรองสีขาวด้านในตลับ
เพื่อที่แรงดันน้ำจะได้ดันน้ำถึงระดับแผ่นกรอง ละลาย clog ที่อุดตัน
ตามรูปจะเห็นแช่แค่ตื้น ๆ นั่นมันหลอกตาครับเพราะแสงหักเหใต้น้ำ จริงแล้วแช่เกือบครึ่งตลับ
จากผลการทดลอง ถ้าจะให้หัวพิมพ์ Clear 100% ต้องแช่ค้างคืนครับ
เสร็จแล้วเอาจุ๊บดูดตรงหัวพิมพ์ หมึกจะทะลักออกมาอย่างง่ายดาย
รับประกันพิมพ์ออกมาไร้ตำหนิ เหมือนหัวพิมพ์ใหม่แกะกล่องยังไงยังงั้น
ชะแว๊บ … เนียนจริง ๆไม่มีรอยขวางม้าลายให้เห็นอีกแล้ว
ช่วงใช้งานใหม่ ๆหมึกอาจจะสีจางกว่าปกติเพราะมีน้ำผสม แต่ก็ใช้งานได้ครับ
พิมพ์รูปออกมาสวยเนียนไร้ตำหนิ สวรรค์ของคนใช้ HP จริง ๆ
ถ้าอาการไม่หนักมาก+รีบใช้งาน
ก็ให้เอาถ้วยเล็ก ๆใส่น้ำนิดหน่อยเข้า Microwave เวฟสัก 20 วินาที ก็ได้น้ำอุ่น
เอาหัวพิมพ์ลงไปแกว่ง ระวังอย่าเตรียมน้ำร้อนเกินไป หัวพิมพ์อาจพังได้
ถ้าน้ำร้อนเกินไป ก็แกว่งไปนับ 1-5 (5 วินาที) แล้วรีบเอาขึ้น อย่าแช่นานเกินไป
ปล. ต้องแยกอาการให้ออกนะครับ ว่าหัวพิมพ์ตันเนื่องจากไม่ได้ใช้งานมานาน
กรณีมือใหม่หัดเติมหมึก จิ้มเข็มลงไปตรงกลางทะลุแผ่นกรองสีขาวของหัวพิมพ์เป็นรู
อันนี้หัวพิมพ์เสีย หมึกออกบ้างไม่ออกบ้าง แก้ไม่ได้แล้วครับ ต้องซื้อใหม่
ที่มา http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=chaiya&group=7
วันนี้ลองศึกษากองทุนหุ้นเพิ่มเติม กองทุนหุ้น SCBDV ก็น่าสนใจดี มีเงินปันผลด้วย ผมขอคัดลอกคำแนะนำคุณ pjuk จากห้องสินธร
คงมีประโยชน์นะครับ
SCBSET เล่นตามเส้นดัชนีตลาด (SET INDEX) เลยครับ ไม่ใช่ SET50 และไม่ใช่ SET100
แต่เป็นการเล่นกับดัชนีเก่าแก่ของไทย ที่เป็นภาพรวมของตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดครับ
ส่วน การลงทุนกับ SCBDV ซึ่งเลือกลงทุนเฉพาะในหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง โดยแต่ละปีไม่น้อกว่า 3% เมื่อเทียบกับราคาหุ้น (Dividend Yield) ครับ ซึ่งจะไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบเล่นสั้น หรือเล่นแบบเก็งราคาด้วยการซื้อมา ขายไปครับ
เพราะโดยปกติแล้ว SCBDV ราคากองทุนจะไม่มีความเคลื่อนไหวมากนักครับ
————————
SCBSET จะมีค่าธรรมเนียมเฉพาะตอนขายคืน 0.1%+vat และทำรายการซื้อ-ขายได้ทุกวันทำการ ภายในเวลา 15.00 น.
SCBDV จะไม่มีค่าธรรมเนียม ทั้งซื้อ และขายคืนเลย
โดย สามารถซื้อได้ทุกวัน แต่จะขายคืนได้เฉพาะวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์นั้นครับ ทั้งนี้การทำรายการผ่าน SCB Easy Net สามารถทำได้จนถึงเวลา 16.00 น. ครับ
จากลิงค์
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2006/11/I4922505/I4922505.html
หลังจากลองเล่นกองทุนรวม SCBSFF อยู่ระยะหนึ่ง พบว่า กำไรต่ำ แต่มีกำไรทุกวัน
http://www.scbam.com/module/fstable.asp
เมื่อลองดู SCBSET กำไรดีมาก เนื่องจากเป็นกองทุนหุ้น เอาเงินไปลงทุนในหุ้นนั่นเอง
ตามชื่อหรือที่ขนานนาม ตลาดหุ้น มีความเสียงสูง แต่หากจังหวะดีๆ ก็ทำกำไรได้ดี วันละ 1% ของเงินที่ลงไปเลยทีเดียว
ผมลองลองสับเปลี่ยนไปลอง SCBSET ด้วยเงินขั้นต่ำ 1000บาท ได้กำไรมาประมาณ 7บาท เทียบแล้ว ลงทุนน้อยกว่า SCBSFF
แต่กำไรดีกว่า วันต่อมาก็เพิ่มเงินไปอีก ก็ได้กำไรอีกประมาณ 700บาท นี่เพียงระยะเวลาประมาณ 3 วันเท่านั้น แต่วันต่อมาราคาตก ก็รีบสับเปลี่ยนคืนมายัง SCBSFF อีก วันนั้นขาดทุนไปนิดหน่อย ตอนนี้รอเงินเข้า SCBSFF (ประมาณ 2 วัน) แล้วจะลองใหม่อีก
ผมคิดว่า หากไม่โลภมาก เมื่อซื้อแล้วราคาขึ้นไปนิดหน่อยตามที่เราตั้งใจไว้ก็รีบสับเปลี่ยนคืน จะได้ไม่ขาดทุนไงครับ เช่น
ซื้อไว้ 6.148 เมื่อราคาขึ้นเป็น 6.389 ก็ขายทำกำไรก่อนดีกว่า หรือสับเปลี่ยนเป็น SCBSFF
อย่างไรก็ตามขอเตือนท่านว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อน เงินที่ใช้ลงทุนนี้ เป็นเงินเย็น ที่ไม่ได้ใช้จ่ายอะไร
ในระยะสั้นๆ ท่านอาจจะขาดทุนได้ พิงเตือนสติตัวเองเสมอความไม่รู้คือความเสี่ยง จงอย่าโลภและอย่าประมาทเป็นดีที่สุดครับ