ระบบป้องกันไฟกระชาก
Thursday, February 4th, 2010ระบบป้องกันไฟกระชาก ปัญหาหนึ่งที่ อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าของท่านได้ก็คือความเสียหายที่เกิดจาก “ไฟกระชาก” (surge) หรือการที่มีกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงเกินกว่าที่ อุปกรณ์ไฟฟ้าดังกล่าวจะทนได้ไหลทะลักเข้าสู่เครื่องอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฟ้าผ่า การเริ่มทำงานอีกครั้งโดยฉับพลันของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องการกำลังไฟฟ้าสูงๆเช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศเครื่องมือวิจัย(ราคาแพง) หลังจากไฟตก หรือไฟดับหรือแม้แต่การชำรุดของอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชิ้นภายในบ้านหรือสำนักงาน เป็นต้นซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินตลอดจนอายุการใช้งาน ของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบป้องกัน ไฟกระชากสำหรับระบบจ่ายไฟฟ้ารวม ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความละเอียดสูงเช่น คอมพิวเตอร์โทรทัศน์ เครื่องมือวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ ระบบป้องกันไฟกระชากมีอยู่หลายรูปแบบ ที่ใช้กันทั่วไปได้แก่ 1. วาริสเตอร์ชนิดโลหะออกไซด์(metal oxide varistor, MOV) ระบบป้องกันไฟฟ้าชนิดนี้ มีชิ้นส่วนของสารกึ่งตัวนำจำพวกโลหะออกไซด์ต่อเชื่อมระหว่างสายที่นำกระแส ไฟฟ้าเข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้า(สายเข้า)กับสายดินในสภาพปกติสารกึ่งตัวนำดัง กล่าวเป็นตัวต้านทานไฟฟ้าที่ดีแต่หากมีกระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงเกินค่าๆ หนึ่งความต้านทานของสารกึ่งตัวนำดังกล่าวจะลดลงอย่างรวดเร็วทำให้กระแสไฟฟ้าถูกชักนำลงสู่สายดินจนกระทั่งแรงดันไฟฟ้าที่เข้ามาลดลงสู่ระดับปกติ 2. ก๊าซดิสชาร์จอาเรสเตอร์(gasdischarge arrester) ลักษณะการทำงานจะคล้ายกับระบบ MOV คือทำหน้าที่ชักนำกระแสไฟฟ้าส่วนเกินลงสู่สายดินแต่จะใช้หลอดบรรจุก๊าซ เฉื่อยเป็นตัวเชื่อมต่อ ในสภาพปกติก๊าซจะเป็นตัวนำไฟฟ้าที่เลว แต่เมื่อแรงดันไฟฟ้าสูงมากพอจะทำให้ก๊าซถูกไอออไนซ์และนำไฟฟ้าได้ 3. ตัวต้านทานแบบอนุกรม ระบบ นี้จะป้องกันโดยการเพิ่มความต้านทานแบบอนุกรมให้กับวงจรเมื่อเกิดไฟกระชาก ความต้านทานที่เพิ่มขึ้นจะทำให้แรงดันในวงจรลดลงวิธีนี้มักใช้ในอาคารสำนัก งานเนื่องจากทำงานได้เร็วกว่าและไม่ต้องต่อสายดินซึ่งอาจทำให้ระบบไฟฟ้าใน อาคารขัดข้องได้ง่าย 4. ฟิวส์เป็นอุปกรณ์เสริมระบบป้องกันไฟฟ้า ฟิวส์สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้ ตราบเมื่อแรงดันไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมแต่หากแรงดันไฟฟ้าสูงเกินกว่าที่ ฟิวส์จะรับได้ความร้อนที่เกิดขึ้นจากความต้านทานจะทำให้ฟิวส์ไหม้และวงจร [...]
