ระบบป้องกันไฟกระชาก

ระบบป้องกันไฟกระชาก

​ปัญหาหนึ่งที่ อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าของท่านได้ก็คือความเสียหายที่เกิดจาก “ไฟกระชาก” (surge) หรือการที่มีกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงเกินกว่าที่ อุปกรณ์ไฟฟ้าดังกล่าวจะทนได้ไหลทะลักเข้าสู่เครื่องอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฟ้าผ่า การเริ่มทำงานอีกครั้งโดยฉับพลันของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องการกำลังไฟฟ้าสูงๆ​เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ​เครื่องมือวิจัย(ราคาแพง) หลังจากไฟตก หรือไฟดับหรือแม้แต่การชำรุดของอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชิ้นภายในบ้านหรือสำนักงาน เป็นต้น​ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินตลอดจนอายุการใช้งาน ของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ​ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบป้องกัน ไฟกระชากสำหรับระบบจ่ายไฟฟ้ารวม ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความละเอียดสูงเช่น คอมพิวเตอร์​โทรทัศน์ เครื่องมือวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์
​ระบบป้องกันไฟกระชากมีอยู่หลายรูปแบบ​
​ที่ใช้กันทั่วไปได้แก่​
1. ​วาริสเตอร์ชนิดโลหะออกไซด์​(metal oxide varistor, MOV) ระบบป้องกันไฟฟ้าชนิดนี้ มีชิ้นส่วนของสารกึ่งตัวนำจำพวกโลหะออกไซด์ต่อเชื่อมระหว่างสายที่นำกระแส ไฟฟ้าเข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้า(สายเข้า)กับสายดินในสภาพปกติ​สารกึ่งตัวนำดัง กล่าวเป็นตัวต้านทานไฟฟ้าที่ดีแต่หากมีกระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงเกินค่าๆ หนึ่งความต้านทานของสารกึ่งตัวนำดังกล่าวจะลดลงอย่างรวดเร็วทำให้กระแสไฟฟ้าถูกชักนำลงสู่สายดิน​จนกระทั่งแรงดันไฟฟ้าที่เข้ามาลดลงสู่ระดับปกติ​
2. ​ก๊าซดิสชาร์จอาเรสเตอร์​(gasdischarge arrester) ลักษณะการทำงานจะคล้ายกับระบบ MOV คือทำหน้าที่ชักนำกระแสไฟฟ้าส่วนเกินลงสู่สายดินแต่จะใช้หลอดบรรจุก๊าซ เฉื่อยเป็นตัวเชื่อมต่อ ในสภาพปกติก๊าซจะเป็นตัวนำไฟฟ้าที่เลว แต่เมื่อแรงดันไฟฟ้าสูงมากพอจะทำให้ก๊าซถูกไอออไนซ์และนำไฟฟ้าได้​
3. ​ตัวต้านทานแบบอนุกรม ระบบ นี้จะป้องกันโดยการเพิ่มความต้านทานแบบอนุกรมให้กับวงจร​เมื่อเกิดไฟกระชาก ความต้านทานที่เพิ่มขึ้นจะทำให้แรงดันในวงจรลดลงวิธีนี้มักใช้ในอาคารสำนัก งานเนื่องจากทำงานได้เร็วกว่า​และไม่ต้องต่อสายดินซึ่งอาจทำให้ระบบไฟฟ้าใน อาคารขัดข้องได้ง่าย​
4. ​ฟิวส์เป็นอุปกรณ์เสริมระบบป้องกันไฟฟ้า​ ฟิวส์สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้​ ตราบเมื่อแรงดันไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมแต่หากแรงดันไฟฟ้าสูงเกินกว่าที่ ฟิวส์จะรับได้​ความร้อนที่เกิดขึ้นจากความต้านทานจะทำให้ฟิวส์ไหม้และวงจร ขาดทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านเข้ามาได้อีก​
​ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันไฟกระชากที่ใช้กันอยู่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าท่านจะได้ติดตั้งระบบป้องกันไฟกระชากแล้วก็ตาม แต่ขอให้นึกอยู่เสมอว่าไม่มีอุปกรณ์ใดๆที่ สามารถป้องกันอันตรายได้ทั้ง100% ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดเมื่อตกอยู่ในสภาพล่อแหลมต่อการเกิดปัญหา ไฟกระชาก ก็คือควรปิดสวิตซ์เลิกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น​และถอดปลั้กออกด้วยทุก ครั้งหลังการใช้งาน ก็จะช่วยให้ครื่องมือฯ และเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดถึงชีวิตคุณปลอดภัยจากอุบัติภัยดังกล่าว​

ที่มา http://www.material.chula.ac.th/Radio45/June/radio6-1.htm

Tags (other circuit ) :